ประวัติของเหรียญที่เก่าแก่ที่สุดในโลก 

        ประวัติของเหรียญ  สำหรับในปัจจุบันนี้เราพบเห็นเหรียญมากมายเต็มไปหมดไม่ว่าจะเป็นเหรียญเงินเหรียญทองซึ่งเป็นเหรียญรางวัลสำหรับการแข่งขันกีฬาหรือการทำกิจกรรมต่างๆหรือแม้แต่เหรียญเงินที่เราใช้สำหรับในการแลกเปลี่ยนสินค้ากัน

ซึ่งโดยปกติแล้วการแลกเปลี่ยนสินค้านั้นนอกจากจะได้สินค้ามาเราก็จ่ายเป็นในลักษณะของสกุลเงินออกไปซึ่งสกุลเงินของแต่ละประเทศนั้นก็จะมีการทำทั้งเป็นแบบธนบัตรและทำในรูปแบบของเหรียญ

           เชื่อหรือไม่ว่าเรียนนั้นมีมาตั้งแต่ในสมัยโบราณแล้วเรียนนั้นมีมากมายหลายเหรียญหลายรูปแบบด้วยกันแต่ละประเทศนั้นก็ออกแบบเหรียญของตนเองออกมาใช้ที่แตกต่างกันออกใหม่แต่คุณรู้หรือไม่ว่าเรียนที่มีความเก่าแก่มากที่สุดในโลกหรือเรียกได้ว่าเหรียญที่มนุษย์ใช้ในการแลกเปลี่ยนสินค้าเป็นเหรียญแรกของโลกนั้นเป็นเหรียญที่ชื่อว่าอะไรหรือเป็นเหรียญชนิดไหน

            สำหรับข้อมูลนี้เราจะมาพูดถึงเหรียญที่มีความเก่าแก่ที่สุดในโลกกันด้วยเหรียญชนิดนี้นั้นมีจุดกำเนิดมาจากประเทศตุรกีทางฝั่งตะวันตกเรียกว่าในขนาดนั้นยังไม่ได้ถูกเรียกประเทศตุรกีแต่ในขนาดนั้นสถานที่ดังกล่าวนั้นถูกเรียกว่าราชอาณาจักรลิเดียดังนั้นการผลิตขึ้นมาใช้ในการใช้แทนการแลกเปลี่ยนสิ่งของกันจึงเรียกเหรียญดังกล่าวว่าเหรียญลิเดียนนั้นเอง 

        ซึ่งในยุคสมัยก่อนนั้น ผู้คนไม่รู้จักเกี่ยวกับเงินตราเรียกได้ว่าในยุคสมัยนั้นยังไม่มีการใช้เงินตรามนุษย์ใช้ระบบแลกเปลี่ยนแบบสินค้าจึงมีมาตั้งแต่สมัยเมโสโปเตเมีย 6 พันปีก่อนคริสต์ศักราชในเวลาต่อมาระบบแลกเปลี่ยนสินค้าแบบนี้ก็ถูกใช้ในอารยธรรมอื่นมากมายอารยธรรมโบราณใช้สืบเนื่องกันมาหลายพันปี

             จนกระทั่งเมื่อมาถึง ในช่วง  610-620 ก่อนคริสต์ศักราช  มนุษย์ก็เริ่มมองหาระบบใหม่ที่คิดว่าดีและมีประสิทธิภาพมากกว่าและในช่วงเวลานี้อาณาจักรลิเดียโบราณก็ได้สร้างเหรียญขึ้นมาเป็นครั้งแรก โดยมันคือเหรียญที่ทำมาจากอิเล็กตรัม ที่เป็นโลหะผสมระหว่างเงินและทองคำมีการประทับรูปหัวสิงโตที่เป็นตราประจำตัวของกษัตริย์

           ซึ่งเหรียญลิเดียนที่ว่านี้ก็มีการผลิตออกมามากมายหลายขนาดและมีมูลค่าที่แตกต่างกันออกไป  ufabet ฝาก-ถอน เอง   แต่ด้วยความที่มันมีประสิทธิภาพในการแลกเปลี่ยนสูงในการใช้เงินตราแลกเปลี่ยนสินค้าแบบนี้ ทำให้การใช้เหรียญแลกเงินตราแพร่กระจายไปยังอาณาจักรอื่นๆซึ่งจะส่งผลทำให้การค้าเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว 

                 ซึ่งหลังต่อมาก็มีการพัฒนาเหรียญของแต่ละประเทศใช้การกันเองภายในแต่ละประเทศนั่นเองซึ่งจะเห็นได้ว่าปัจจุบันนี้ประเทศไทยนั้นก็จะมีเหรียญของประเทศไทยซึ่งสามารถใช้งานได้ในประเทศไทยหากจะต้องการนำไปใช้งานที่ประเทศอื่นก็จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงค่าเงินของประเทศของเราไปเป็นค่าเงินของประเทศอื่นแล้วใช้เหรียญของประเทศนั้นๆที่เราไปใช้บริการนั่นเอง 

วัดป่าดาราภิรมย์  จังหวัดเชียงใหม่ 

     วัดป่าดาราภิรมย์ สำหรับประวัติความเก่าแก่และความเป็นมาของวัดที่เราจะมีการพูดถึงกันในวันนี้เป็นหวัดอีกแห่งหนึ่งที่น่าสนใจของจังหวัดเชียงใหม่โดยวัดแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ตำบลริมใต้อำเภอแม่ริมซึ่งวัดดังกล่าวนั้นมีชื่อเรียกว่าวัดป่าดาราภิรมย์   

สำหรับวัดแห่งนี้นั้นบอกได้เลยว่ามีสถาปัตยกรรมที่งดงามและแปลกตาเป็นอย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งพระอุโบสถซึ่งถ้าหากได้มาเห็นจะรู้เลยว่ามีการสร้างอย่างประณีตงดงามโดยใช้ศิลปะในการก่อสร้างในรูปแบบของล้านนา 

          แต่เดิมวัดป่าดาราภิรมย์แห่งนี้ไม่ได้เป็นวัดมาก่อนที่นี่นั้นเคยเป็นสถานที่รกร้างว่างเปล่าหรืออาจจะได้ว่าที่นี่นั้นเคยเป็นป่าช้าร้างมาก่อนหลังจากนั้นได้มีพระภิกษุสงฆ์องค์หนึ่งซึ่งก็คือพระอาจารย์มั่นภูริทัตมหาเถระนั่นเองโดยพระอาจารย์มั่นได้เดินทางมายังป่าช้าร้างแห่งนี้

เพื่อมาวิปัสสนากรรมฐานเจริญสมณธรรม    รวมถึงการทำอธิษฐานภาวนาซึ่งระหว่างที่พระอาจารย์มั่นวิปัสสนากรรมฐานอยู่ที่ป่าช้าร้างแห่งนี้นั้นก็บังเอิญว่าในช่วงนั้นได้มีคณะพุทธบริษัทกลุ่มหนึ่งเดินทางมาพบเข้าแล้วเกิดความเลื่อมใสศรัทธาในตัวของพระอาจารย์มั่น

         ดังนั้นจึงได้รวมตัวกันสร้างเสนาสนะรวมถึงศาลาและกุฏิถวายให้กับพระอาจารย์มั่นได้ใช้เป็นสถานที่ในการวิปัสสนากรรมฐานหลังจากนั้นก็ได้มีการสร้างสิ่งก่อสร้างต่างๆมากมายไม่ว่าจะเป็นอุโบสถรวมถึงวิหารเจดีย์ต่างๆแล้วก็มีการตั้งชื่อสถานที่แห่งนี้ว่าวัดป่าวิเวกจิตตารามหรือคนสมัยโบราณนั้นมักจะมีการเรียกว่าวัดป่าแม่ริมหรือบางคนก็จะเรียกว่าวัดป่าเลไลยก์นั่นเอง 

        อย่างไรก็ตามเนื่องจากว่าวัดแห่งนี้นั้นมีพื้นที่อยู่ติดกับตำหนักดาราภิรมย์ในสมัยต่อมาในยุคของทายาทของพระยาพระเจ้าดารารัศมีจึงได้มีการบริจาคพื้นที่บางส่วนซึ่งเป็นสวนให้กับทางวัดโดยถวายเป็นที่ดินเพื่อให้ทางวัดนั้นใช้เป็นที่ก่อสร้างโบสถ์วิหารต่างๆเพิ่มเติมซึ่งบริเวณที่มีการถวายพื้นที่ให้กับวัดนั้นเป็นที่ดินของเขตพระราชฐานด้วยเช่นเดียวกันหลังจากนั้นก็ได้มีการพระราชทานนามวัดใหม่จากเดิมชื่อวัดป่าวิเวกสิตารามก็กลายมาเป็นวัดป่าดาราภิรมย์นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมานั้นเอง 

           ภายในบริเวณวัดป่าดาราภิรมย์นั้นจะเห็นได้ว่ามีพระธาตุเจดีย์รวมถึงมีพระพุทธรูปสมัยเชียงแสนเชียงตุงรวมถึงพระพุทธรูปสมัยศิลปะสุโขทัยเยอะแยะมากมายเต็มไปหมดที่ประดิษฐานอยู่โดยส่วนใหญ่แล้วจะถูกนำไปเก็บไว้ในพระอุโบสถซึ่งจะเห็นได้ว่ามีพระสยามภูมิโลกนาถซึ่งเป็นศิลปะสมัยสุโขทัยเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิซึ่งเป็นพระประธาน   นอกจากนี้ยังมีพระธาตุเจดีย์พระบาทสี่รอย  รวมถึงพระบรมสารีริกธาตุซึ่งเป็นลักษณะของการจำลองขึ้นมา 

 

สนับสนุนโดย.    ufabet เว็บแม่

ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติแม่มด 

     ประวัติแม่มด    แม่มดมาจากไหน  ไม่ชัดเจนว่าเมื่อไหร่ที่แม่มดเข้ามาในฉากประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งในบันทึกที่เก่าแก่ที่สุดของแม่มดอยู่ในพระคัมภีร์ในหนังสือพระธรรมซามูเอลพระคริสตธรรมคัมภีร์ฉบับพันธสัญญาเดิมน่าจะเขียนขึ้นระหว่าง 931 ถึง 721 ปีก่อนคริสตกาลเล่าเรื่องราวเมื่อกษัตริย์ซาอุแสวงหาแม่มดแห่งเอนเดอร์

เพื่อเรียกวิญญาณของผู้เผยพระวจนะซามูเอลที่เสียชีวิตเพื่อช่วยให้เขาเอาชนะกองทัพฟิลิปปินส์ความคิดเรื่องแม่มดปรากฏขึ้นทีละน้อยทีละน้อยอย่างช้าๆศาสนาคริสต์เองก็มีความพยายามอย่างมากที่จะเอาชนะและเรียกว่าพวกนอกรีดได้กลับทำให้จำนวนแม่มดนั้นเพิ่มขึ้นมากอย่างต่อเนื่อง  

       ไม้กวาดและตำราเวทมนต์ที่แม่มดต้องมี   ไม่มีที่มาที่แน่ชัดว่าหมวกแม่มดมาจากไหนแต่บางทฤษฎีหลักๆก็บอกว่าหมวกของแม่มดนั้นมีรากฐานมาจากการต่อต้านชาวยิวย้อนไปในปี 1215 สภาที่ 4 ของ ลานเดอลัน

ซึ่งเป็นสภาที่เรียกประชุมโดยสมเด็จพระสันตะปาปา innocent ที่ 3 ในกรุงโรมกำหนดให้ชาวยิวต้องระบุตัวตนด้วยการสวม ยูเอ็นฮัด รูปทรงกรวย 

         ส่วนยุคกลางนั้นมักจะเชื่อมโยงชาวยิวกับซาตานและคุณลักษณะของชาวยิวในสายตาชาวยุโรปนั้นไม่ค่อยดีนักจึงเอาเข้าไปรวมกับผู้ไม่เชื่อในพระเจ้าคนนอกรีดคนนอกศาสนาและพวกปีศาจ Nike 1431 ประมวลกฎหมายของฮังการีนั้นกำหนดให้ผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับเวทมนตร์ครั้งแรกต้องเดินท่ามกลางเพื่อนฝูงโดยสวมหมวกยูฮีที่มียอดแหลมอีกทฤษฎีบอกว่ามาจากการพบมัมมี่หญิง 3 คนที่มีอายุอยู่

ในช่วงระหว่างศตวรรษที่ 4-2 ก่อนคริสต์ศักราชที่เมืองซูบิชิสาบสูญในประเทศจีนซึ่งทั้ง 3 ถูกกล่าวหาว่าฝึกเวทมนต์จบถูกพบสวมหมวกขนสัตว์ชนิดหนึ่งซึ่งคล้ายกับหมวกของแม่มดแบบดั้งเดิมทำมาจากผ้าสักหลาดสีดำส่วนยอดแหลมจะเร็วสูงเกือบ 60 เซนติเมตร

      ไม้กวาดมีรากฐานมาจากพิธีกรรมแบบนอกรีตซึ่งชาวนาในชนบทจะกระโดดโลดเต้นไปพร้อมไม้กวาดท่ามกลางแสงเดือนเพ็ญเพื่อกระตุ้นการเติบโตของพืชผลไม้กวาดของพวกเขานั้นเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นผู้หญิงและความเป็นคนบ้านนอกตําราไสยเวทย์ของแม่มดรู้จักกันในนาม Grimoire ตัวหนังสือรวมสูตรยาวิเศษวิธีสร้างเครื่องรางของขลังรวมไปถึงวิธีการร่ายเวทมนต์การทำเสน่ห์การทำนายทายทักและการเรียกหรือเชิญสิ่งเหนือธรรมชาติ

มาเพื่อเรียกใช้งานซึ่งในสมัยโบราณใช้คำว่ากรีมัวร์ในการเรียกหนังสือทุกเล่มที่แต่งเป็นภาษาละตินแต่ในฝรั่งเศสราวศตวรรษที่ 18 เป็นต้นมาก็เริ่มใช้ในความหมายที่เกี่ยวกับหนังสือเวทย์มนต์และได้ใช้ในความหมายนี้ตลอดมา 

 

สนับสนุนโดย.   สมัคร gclub royal1688

ความลับของบุคคลในประวัติศาสตร์ 

           Poe Toaster  

    ความลับของบุคคล หากพูดถึงชื่อ Poe Toaster เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ในปัจจุบันนี้ อาจจะไม่เคยได้ยินชื่อเสียงนี้มาก่อน แต่ถ้าหากคุณเกิดทันในช่วงยุค 80 หรือว่ายุค 90  แล้วล่ะก็ เชื่อว่าน่าจะพอคุ้นหูกับชื่อนี้กันมาบ้าง เขาเป็นบุคคลที่เคยมีชีวิตอยู่จริงในประวัติศาสตร์แต่ก็เป็นบุคคลลึกลับเป็นอย่างมาก 

       สำหรับบทความนี้เราจะมาพูดถึงบุคคลในประวัติศาสตร์คนนี้กัน เขาคือ Poe Toaster  ซึ่งเราจะมาดูกันว่าในสมัยอดีตนั้นชื่อเสียงของ Poe Toaster โด่งดังขึ้นมาเกี่ยวกับเรื่องของอะไร หรือว่าเขาคือใครกันแน่ และเรื่องราวลึกลับของ Poe Toaster คืออะไร

      สำหรับคำว่า Toaster นั้นเป็นคำแสลงแปลว่าดื่มเป็นเกียรติให้ใครบางคน  ส่วน Poe นั้นคือชื่อของเอ็ดการ์อัลเลนโปนักเขียนชาวอเมริกันที่ถูกขนานนามว่าเป็นบิดาแห่งวรรณกรรมแนวสืบสวนซึ่งชีวิตบั้นปลายก็ค่อนข้างลึกลับไม่แพ้กับหนังสือที่เขาเขียนนะครับแม้กระทั่งตอนใกล้เสียชีวิตเขาก็มีอาการเพ้อแปลกๆที่ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้และคืนก่อนเสียชีวิตเขายังเพ้อถึงชื่อ Rainbow ๆหลายหนจนกระทั่งเสียชีวิตซึ่งไม่มีใครรู้ว่าเรโนเทคคือใครกันแน่ 

      ที่เรากำลังจะพูดถึงนี้เป็นคำที่สื่อใช้เรียกชายลึกลับที่จะสวมชุดสีดำสวมหมวกปีกกว้างและผ้าพันคอสีขาวพี่จรินแก้ว

คนอยากให้กับตัวเองและดื่มเพื่อเคารพหลุมศพของ Poe Toasterบอกแมริแลนด์ทุกวันที่ 19 มกราคมซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของโปรเป็นประจำทุกปีตั้งแต่ปี 1949

แล้วก็จะหายตัวเป็นยามค่ำคืนพร้อมกับทิ้งดอกกุหลาบ 3 ดอกเอาไว้พร้อมกับขวดคอนยัคที่เหลืออีกขวดจะมีผู้ชมมาชุมนุมกันที่หลุมศพของโปรทุกปีทั้งนักข่าวและผู้ที่ชื่นชอบโปรด้วยหวังว่าจะได้เห็น Poe Toaster ซึ่งก็ไม่ค่อยมีใครได้เห็นหรือได้ถ่ายรูปได้

       แต่ว่าครั้งหนึ่งก็มีคนถ่ายเอาไว้ได้และได้รับการตีพิมพ์โดยนิตยสาร Life ในปี 1999 ซึ่งจะบ่งบอกได้เป็นอย่างดีถึงความโด่งดังของเรื่องนี้หลายครั้ง Poe Toaster ได้ทิ้งโน้ตสั้นๆไว้เช่นก้าฉันยังไม่ลืมเธอเลยและในปี 1993 มีข้อความความลับระบุว่าคบเพลิงจะถูกส่งต่อในปี 1999

มีข้อความแจ้งว่าผู้บังคับศพในรุ่นแรกได้เสียชีวิตลงเมื่อปีก่อนและได้ส่งต่อประเพณีนี้ให้กับลูกชายและตั้งแต่ปี 2010  Poe Toasterก็ไม่ได้ไปเยี่ยมเยือนอีกเลยและไม่เคยปรากฏตัวอีกตั้งแต่นั้นมาเป็นการส่งสัญญาณว่าประเพณี 75 ปีนี้สิ้นสุดลง  และเป็นการสิ้นสุดความลึกลับของบุคคลในประวัติศาสตร์อีกคนหนึ่งเช่นเดียวกัน

 

สนับสนุนโดย.     gclubฟรี500

การพ่ายแพ้ครั้งยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติ

ซึ่งหากพูดถึงการที่มนุษย์ได้รบกับสัตว์แล้วมนุษย์พ่ายแพ้ หลายคนน่าจะไปนึกถึงสัตว์ร้ายอะไรต่างๆ การพ่ายแพ้ครั้งยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติ อย่างหนึ่งเช่น เสือ กระทิง หมี หรือว่าไปนึกถึงสัตว์ใหญ่ๆอย่างช้างแต่จริงๆแล้วสัตว์ที่มนุษย์ไปรบด้วยแล้วก็พ่ายแพ้ยับคือ นก มันไม่ใช่นกที่ธรรมดามันเป็น นกEmu bird 

โดยมีถิ่นกำเนิดอยู่ที่ทวีปออสเตรเลียจะอาศัยอยู่บริเวณออสเตรเลียตอนกลางแล้วทีนี่ถามว่ามนุษย์ไปรบกับนกEmu birdได้อย่างไงมีอะไรเกิดขึ้นต้องย้อนกลับไปถึงประวัติศาสตร์ของออสเตรเลียเลยต้องบอกเลยว่ามีความเกี่ยวพันกับประวัติศาสตร์โลก

เพราะว่าเราเล่าเรื่องการต่อสู้นกกับคนแต่ก็ยังมีประวัติศาสตร์เข้ามาร่วมด้วยถามว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงไหนของมนุษยชาติมันเกิดขึ้นปีค.ศ.1932 แต่ก่อนที่เราจะไปพูดถึงปีค.ศ.1932เราจะพูดถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านั้นก่อนโดยเป็นเหตุการณ์ที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากกับประวัติศาสตร์โลกนั่นก็คือสงครามโลกครั้งที่หนึ่งนั่นเองโดยเป็นสงครามครั้งยิ่งใหญ่

การพ่ายแพ้ครั้งยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติ ดังนั้นมันได้ทำให้เกดผลกระทบต่างๆไปทั่วโลกปรากฎว่าในช่วงปี1918เป็นช่วงที่สงครามโลกครั้งที่หนึ่งได้สิ้นสุดลงแน่นอนว่าพอสงครามสิ้นสุดแต่ละคนก็จะเดินทางกลับบ้านโดยเฉพาะพวกทหารที่มีเยอะมากๆที่มารบอยู่ในยุโรปถ้าหากออสเตรเลียก็มีการเดินทางกลับมาบ้านที่ออสเตรเลียพร้อมกับอาชีพที่หายไปเพราะว่าไม่มีการสู้รบแล้วรวมไปถึงอีกกลุ่มนึงก็คือพวกทหารผ่านศึกก็คืออังกฤษ

นอกจากนี้ก็ได้ย้ายมาที่ออสเตรเลียแน่นนอนว่ารัฐบาลออสเตรเลียในสมัยนั้นก็จะต้องมีการจัดสรรที่ทำกินอะไรต่างๆให้เพราะว่าพวกนี้ไม่ได้มีอาชีพเหมือนเดิมแล้วเพราะในตอนสงครามโลกมันจะต้องมีการเกณฑ์ทหารที่เยอะมากๆรัฐบาลออสเตรเลียได้สมัยนั้นก็มีการจัดสรรคที่ดินทำกินให้กับทหารผ่านศึกในบริเวณที่เรียกว่าWest Australiaตะวันตก

ซึ่งในบริเวณนั้นในยุตสมัยนั้นถือว่าเป็นที่ดินรกร้างยังไม่มีคนมาอาศัยอยู่และยังเป็นที่ดินผืนใหญ่มากโดยทหารผ่านศึกที่ได้รับการจัดสรรคที่ดินให้ไปอยู่ออสเตรเลียตะวันตกก็มีประมาณ5,000นายด้วยกันเรียกได้ว่าก็เยอะอยู่พอสมควรแล้วถามว่าพอได้รับการจัดสรรคที่ดินไปแล้วเขาเอาไปทำอะไรกัน

เพราะฉะนั้นแน่นอนแล้วว่าก็จะต้องนำเอาไปทำพวกเกษรตกรอะไรต่างๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งเขาจะทำอย่างนึงนั่นก็คือการปลูกทุ่งข้าวสาสีนั่นเองเรียกได้ว่ามีทุ่งข้าวสาสีเกิดขึ้นบริเวณนั้นอมย่างไรก้ตามในการเพาะปลูกบริเวณนั้นมันก็มีปัญหาอยู่เหมือนกันปี1929ก็มีเหตุการณ์นึงที่เปลี่ยนแปลงไปก็คือมันเกิดความแห้งแล้งเกิดขึ้นและเศรษฐกิจก็ดันมาตกต่ำหลังสงครามโลกเป็นผลกระทบไปทั่วโลก

 

สนับสนุนโดย.   Ufabet เข้าสู่ระบบ

ประวัติหลวงปู่ทวด

เชื่อว่าถ้าเป็นคนยุคเก่าคงจะรู้จักหลวงปู่ทวดฉันเป็นอย่างดีหรือแม้แต่คนยุคปัจจุบันที่นิยมกันเล่นพระก็น่าจะรู้ถึงอิทธิฤทธิ์ของหลวงปู่ทวดได้เป็นอย่างดีโดยมีการเล่าขานสืบต่อกันมาประวัติของหลวงปู่ทวดที่ท่านมีอิทธิฤทธิ์ในการเหยียบน้ำทะเลจืดวันนี้เราจะมาเล่าประวัติของหลวงปู่ทวดตั้งแต่เกิดจนท่านโด่งดังมีชื่อเสียงมาถึงปัจจุบันนี้ 

       สำหรับหลวงปู่ทวดนั้นท่านเกิดมาในฐานะครอบครัวที่ยากจนพ่อแม่ต้องไปเฝ้าไร่เพื่อทำกินในช่วงที่ท่านยังเป็นเด็กทารกนั้นพ่อกับแม่ได้พาท่านไปเลี้ยงที่นาด้วยมีอยู่วันหนึ่งแม่ได้ผูกแปลให้ท่านนอนอยู่ใต้ต้นไม้แล้วพ่อกับแม่ก็ไปทำนาหลังจากนั้นเมื่อแม่เดินกลับมาดูท่านไม่ต้องตกใจเป็นอย่างมากเพราะในเปลนอกจากจะมีท่านแล้วยังมีงูตัวใหญ่ตัวหนึ่งมันกำลังบทรัดตัวท่านอยู่พร้อมกับชูคอแผ่แม่เบี้ยจ้องมองไปที่ท่าน

ซึ่งในขณะตัวท่านเองที่กำลังเป็นเด็กทารกเรามองจ้องไปที่งูเช่นเดียวกันโดยที่หลวงปู่ทวดไม่ได้มีการร้องไห้ด้วยความหวาดกลัวแต่อย่างใด ด้วยความที่แม่ตกใจกลัวจึงวิ่งตามคนไปช่วยซึ่งบริเวณนั้นก็มีทั้งพ่อและชาวบ้านคนอื่นๆที่กำลังทำงานกันอยู่ต่างก็พากันมาดูแต่ก็ไม่มีใครกล้าที่จะไล่งูตัวนั้นออกไปสักพักก็มีชาวบ้านคนหนึ่งได้บอกกับพ่อและแม่ของหลวงปู่ทวดว่างูตัวดังกล่าวอาจจะเป็นงุูเจ้าที่ให้ลองเอาธูปมาจุดไหว้แล้วขอให้งูออกไปจากตัวเด็ก

ซึ่งหลังจากที่พ่อกับแม่จุดธูปบอกกล่าวงูแล้วเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์มากที่หลังจากนั้นงูตัวนั้นก็ได้เลยออกจากร่างหลวงปู่ทวดไป หลังจากงูไปแล้วแม่จึงเข้าไปดูหลวงปู่ทวดซึ่งพบว่าในเปลมีลูกแก้วอยู่ในเปลด้วยและบริเวณร่างกายของหลวงปู่ทวดก็ไม่มีร่องรอย ของการถูกงูกัดใดๆเลย ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ได้เป็นที่กล่าวขานแก่คนทั่วไปจนทำให้เจ้าของที่นาที่พ่อกับแม่ของหลวงปู่ทวดเช่าที่นาอยู่อยากได้ลูกแก้วดังกล่าวจึงได้มาบังคับเอาลูกแก้วไปแต่เมื่อเศรษฐีคนดังกล่าวได้ลูกแก้วไปแล้วก็เกิดอาเพศขึ้นกับตนเองไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเจ็บป่วยหรือเศรษฐกิจธุรกิจที่ทำอยู่ประสบกับปัญหาการขาดทุน ฉันทำให้เศรษฐีคนนั้นต้องนำลูกแก้วให้หลวงปู่ทวด

และเมื่ออายุได้ประมาณ 9 พ่อของหลวงปู่ทวดก็พาหลวงปู่ทวดไปทำการบวชเณรหลังจากนั้นหลวงปู่ทวดก็ได้ศึกษาพระธรรมจนมีความเก่งกล้าสามารถ มีอยู่ครั้งหนึ่งพี่หลวงปู่ทวดต้องการเดินทางไปที่พระนครศรีอยุธยาโดยได้อาศัยเรือของชาวประมงไปแต่หลังจากนั้นได้เกิดพายุพัดทำให้ข้าวของบนเรือเสียหายและน้ำจืดที่เตรียมมาหกหมดทำให้เจ้าของเรือมองว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพราะมีพระขึ้นมาอยู่บนเรือกินให้คนในเรือนำเรือเล็กออกไปส่งหลวงปู่ทวดที่ชายฝั่ง

ในขณะที่หลวงปู่ทวดกำลังลงเรือลำเล็กนั้น ท่านก็ได้นำขาจุ่มลงไปในน้ำข้างหนึ่งแล้วอธิษฐานขอให้น้ำจืดซึ่งหลังจากนั้นเมื่อคนเรือตักชิมน้ำดูก็พบว่าน้ำบริเวณที่หลวงปู่นำขาจุ่มลงไปนั้นจืดจริงๆจึงได้พากันตักน้ำขึ้นมาไว้บนเรือเพื่อนำไว้เป็นใช้น้ำดื่มและน้ำใช้และเมื่อพวกเขารู้ถึงอิทธิฤทธิ์ของหลวงปู่ทวดที่มีอยู่จึงได้อัญเชิญหลวงปู่ทวดขึ้นมาบนเรืออีกครั้งแล้วพาไปส่งที่พระนครศรีอยุธยาและหลังจากนั้นตำนานหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดก็มีการเล่าขานกันเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  บาคาร่า sa gaming

ประวัติและความเป็นมาของประเพณีลอยกระทง 

กล่าวคือท้าวศรีจุฬาลักษณ์หรือนางนพมาศที่เป็นพระสนมเอก

 

ได้คิดประดิษฐ์กระทงเป็นรูปดอกบัวกมุทขึ้น เพราะเห็นว่าเป็นดอกบัวเป็นดอกบัวที่มีลักษณะที่พิเศษ ที่สามารถบานในเวลากลางคืนเพียงปีละครั้ง เพราะดอกบัวทั่วไปนั้นส่วนใหญ่จะบานช่วงเช้า จึง สมควรทำเป็นกระทงแต่งประทีป นำไปลอยถวายสักการะรอยพระพุทธบาท

เมื่อพระร่วงทรงได้ทอดพระเนตรเห็น ก็รับสั่งถามถึงความหมาย

ท้าวศรีจุฬาลักษณ์หรือนางนพมาศก็ได้ทูลอธิบายความหมาย ซึ่งพระองค์ก็พอพระราชหฤทัยเป็นอย่างมาก พระองค์จึงมีพระราชดำรัสว่า “แต่นี้สืบไปเบื้องหน้าโดยลำดับ กษัตริย์ในสยามประเทศ ถึงกาลกำหนดนักขัตฤกษ์ วันเพ็ญเดือน 12 ให้นำโคมลอยเป็นรูปดอกบัว อุทิศสักการบูชาพระพุทธบาทนัมมทานที ตราบเท่ากัลปาวสาน” นับตั้งแต่นั้นมา เราจึงได้เห็นโคมลอยที่เป็นรูปดอกบัวมาจนถึงปัจจุบันนี้ 

      ส่วนตำนานและความเชื่อของประเพณีลอยกระทงที่ได้เล่าขานสืบต่อกันมานั้น

วันนี้เราจะหยิบยกตัวอย่างมาพอให้ทุกท่านได้ทราบ เช่นการลอยกระทง มีต้นกำเนิดมาจากศาสนาพุทธเริ่มตั้งแต่ครั้งที่พระพุทธเจ้าจะตรัสรู้ เป็นสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น พระองค์เสด็จประทับอยู่ที่ใต้ต้นโพธิ์ ใกล้แม่น้ำเนรัญชรา วันหนึ่งนางสุชาดาได้ให้สาวใช้นำข้าวมธุปายาส (ข้าวกวนที่หุงด้วยน้ำผึ้งหรือน้ำอ้อย) ใส่ถาดทองไปถวาย

เมื่อพระองค์เสวยหมดแล้ว ก็ทรงตั้งสัตยาธิษฐานว่า

ถ้าหากวันใดจะสำเร็จเป็นพระพุทธเจ้า ก็ขอให้ถาดที่นางสุชาดานำมาถวายข้าวให้ ได้ลอยทวนน้ำ ด้วยแรงสัตยาธิษฐาน และบุญญาภินิหาร ถาดก็ลอยทวนน้ำไปจนถึงสะดือทะเล แล้วก็จมไป จนไปโดนหางพระยานาคผู้ซึ่งคอยดูแลรักษาบาดาลตามความเชื่อนั้น

พระยานาคตื่นขึ้น พอเห็นและรับรู้ว่าเป็รถาดข้าวที่พระพุทธเจ้าได้ลอยน้ำมา ก็ประกาศก้องออกไปว่า บัดนี้ได้มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อุบัติขึ้นในโลกแล้ว เมื่อเทวดาและพระยานาคต่างก็พากันไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า และพระยานาคก็ได้ขอให้พระพุทธองค์ ประทับรอยพระพุทธบาทไว้บนฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา

เพื่อพวกเขาจะได้ขึ้นมาถวายสักการะได้ พระองค์ก็ทรงทำตาม ส่วนสาวใช้ก็ได้นำความที่เกิดขึ้นนั้นไปบอกนางสุชาดา เมื่อถึงวันนั้นของทุกปี นางสุชาดาก็จะนำเครื่องหอม และดอกไม้ใส่ถาดเพื่อไปลอยน้ำในทุกๆปี และเพื่อไปกราบไหว้บูชานมัสการรอยพระพุทธบาทและต่อมาก็ได้เกิดเป็นประเพณีลอยกระทงขึ้น ตามที่พวกเราได้เห็นและสืบทอดกันมาอยู่จนถึงในปัจจุบัน