เครื่องยนต์จรวดที่มีความเก่าและเร็วที่สุดของนักบินอวกาศ

เครื่องยนต์จรวดที่มีความเก่า การที่จรวดหนักๆลำหนึ่งจะพุ่งขึ้นไปสู่อวกาศที่กว้างไกลได้นั้นนอกจากฝีมือขั้นเทพของวิศวะกรแล้วและหัวใจหลักที่สำคัญของมันยังอยู่ที่เครื่องยยนต์อีกด้วยยิ่งมีพลังมากเท่าไรก็จะยิ่งขึ้นไปถึงจุดหมายได้อย่างสำเร็จเท่านั้นเราไปดูกันเลยดีกว่าแหล่งขุนทรัพย์พลังของจรวดแต่ละลำจะแรงทะลุอวกาศได้ขนาดไหนกัน

สำหรับเครื่องยนต์จรวดมีเทนใครจะไปรู้ว่าก๊าซที่ติดไฟอย่างมีเทนจะถูกนำเอามาเป็นเชื้อเพลิงของจรวดอย่างเขาอีกด้วยถึงแม้ว่ามันจะดูอันตรายไปหน่อยแต่มันก็ยังได้มีการทดลองแล้วว่ามันสามารถใช้ได้จริงๆและมันก็ไม่ใช้ใครที่ไหนนาซาของเรานี่เอง

โดยปกติแล้วจรวดมักชอบใช้ไฮโดรเจนเป็นตัวที่เอาไว้ใช้เป็นตัวขับเคลื่อนหลักก็เนื่องจากปัญหาในเรื่องของอุณหภูมิสูงเกินกันอยู่บ่อยๆจึงได้มีการจัดนำเอาเครื่องจรวดมีเทนเอามาใช้โดยได้มีการเผาไหม้เร็วและยังสามารถให้แรงพลักดัน33.36กิโลนิวตัน

ซึ่งในข้อดีของมันนั้นก็คือการใช้เชื้องเพลิงมีเทนนี้แหละเพราะว่ามันไม่จำเป็นที่จะต้องมีฉนวนกันความร้อนมากนักจึงได้มีน้ำหนักเบาราคาถูก  เครื่องยนต์จรวดที่มีความเก่า และยังสามารถอยู่ในอุณหภูมิสูงได้อีกระดับหนึ่งโดยไม่ต้องไประหว่างว่าจะระเบิดให้ตกใจเล่นทั้งนี้เองมันยังสามารถผลิตและหาได้ง่ายกว่า

แม้กระทั่งบนดาวเคราะห์หลายดวงในระบบสุริยะในจักรวารเช่นดาวพฤหัสดาวเสาร์ก็ยังสามารถหาได้เลยยังไม่พอเมื่อปัญหาเชื้องเพลิงขาดระหว่างการเดินทางอีกถ้าไม่ใช่นาซ่าตัวจริงจะไม่สามารถทำมันขึ้นมาได้

สำหรับ อาร์แอล เท็น มันจะเร็วอย่างเดียวคงจะไม่พอมันยังเก่าขึ้นตามกาลเวลาอีกด้วยมันได้ถูกสร้างขึ้นมาใช้ตั้งแต่ปี1950แล้วในฐานะเครื่องยนต์จรวดขับเคลื่อนด้วยไฮโดรเจนเหลวที่ใช้ปฏิบัติการเครื่องแรกของสหรัฐแม้ว่าแรงขับดันมันจะอยู่ที่110กิโลนิวตันแต่ด้วยประสิทธิภาพของมันก็ได้ทำหน้าที่ส่งจรวดและพาหนะอื่นๆขึ้นสู่อวกาศมาแล้วกว่า450เครื่องภายในระยะเวลา50ปีเก่าแค่ไหนคิดดู

เนื่องจากนี้คุณไม่ต้องเป็นห่วงหรอกว่าเราจะใช้แต่โมเดลแบบเดิมๆเพราะทางหน่วยอากาศยานPRATT & WHITNEYเขาก็ยังได้มีการพัฒนากันอย่างต่อเนื่องด้วยวิรกรรมเด็ดๆมาพอตัวจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมมันถึงได้กลายมาเป็นสุดยอมอุตสาหกรรมอวกาศมาจนถึงทุกวันนี้

นอกจากนี้คุณรองคิดดูสิว่าเครื่องยนต์พวกนี้มันได้ถูกพัฒนามาอย่างดีและได้ถูกพัฒนากันอย่างต่อเนื่องเพื่อความสำเร็จของเหล่านักวิศะกรรมและนักบินอวกาศของพวกเขาอีกด้วยเช่นกัน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.   ufabet ฝาก-ถอน เอง

ตำนานเกาะคำชะโนด

สำหรับพื้นที่คำชะโนดได้เป็นดินแดนที่เพื่อนๆหลายๆคนได้พูดถึงก็จะต้องคิดถึงเรื่องราวที่สุดลี้ลับเกี่ยวกับพญานาคด้วย ตำนานเกาะคำชะโนด และความเชื่อที่ว่ากันว่าเกาะคำชะโนดแห่งนี้ไม่เคยจมน้ำเพราะว่ามีพญานาคที่คอยปกปักรักษาเอาไว้นั่นเอง

ซึ่งป่าคำชะโนดหรือว่า วัดศิริสุทโธ

ได้ตั้งอยู่ที่อำเภอบ้านดุงจังหวัดอุดรธานีได้มีลักษณะคล้ายเหมือนกับมีเกาะตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวตรงกลางทุ่งอีกทั้งยังมีน้ำมาล้อมรอบมีเนื้อที่ประมาณ20กว่าไร่มีต้นไม้ชนิดหนึ่งที่เรียกกันว่าต้นชะโนดได้ขึ้นปกคุมอยู่เต็มไปหมดเลย เมื่อทุกคนได้เดินทางเข้าไปยังคำชะโนดจะรู้สึกเย็นเหมือนบรรยายน่าหนาวยังก็ไม่รู้โดยคนโบราณแถวนั้นเขาได้เชื่อกันว่าพื้นที่เกาะคำชะโนดแห่งนี้ได้เป็นเกาะที่ลอยน้ำที่ไม่มีวันได้จมน้ำ

ดังนั้นหากย้อนกลับไปในปี พ.ศ.2519

เคยเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ที่ราบลุ่มบริเวณแม่น้ำโขงและยังรวมไปถึงบริเวณพื้นที่ในอำเภอบ้านดุงเช่นเดียวกันแต่มันก็ได้เกิดเรื่องที่มหัศจรรย์เกิดขึ้นเพราะว่าในเหตุการณ์ที่มีน้ำท่วมครั้งใหญ่ในครั้งนั้นกลับไม่ได้ส่งผลต่อเกาะคำชะโนดแต่อย่างใด

นอกจากนี้ชาวบ้านที่ได้อาศัยอยู่บริเวณนั้นต่างก็ได้เชื่อกันว่าสาเหตุที่น้ำทำไมมันถึงไม่ท่วมเกาะคำชะโนดแห่งนี้นั่นมันก็อาจจะเป็นเพราะว่าพื้นที่บริเวณเกาะแห่งนี้ได้มีพญานาคคอยรักษาเอาไว้อยู่เพราะว่าบนพื้นที่ของเกาะคำชะโนดนั้นจะมีศาลที่เอาไว้บุชาพยานาคอยู่สองท่านได้ช่วยกันร่ายมนต์ช่วยคุ้มครองพื้นที่เกาะแห่งนี้เอาไว้

โดยทำใหพื้นที่เกาะแห่งนี้ยังสามารถลอยอยู่เหนือผืนน้ำได้หากแม้ว่าพื้นบริเวณโดยรอบจะถูกน้ำท่วมไปหมดแล้วก็ตามและในอดีตพื้นที่ป่าคำชะโนดแห่งนี้ได้เป็นเกาะที่ไม่เคยมีสิ่งปลูกสร้างใดๆเลยนอกเหนือจากศาลปู่เจ้าศรีสุทโธที่ได้ปลูกสร้างเอาไว้เป็นเพียงศาลขนาดเล็กๆเพื่อเอาไว้ให้ชาวบ้านได้กราบไหว้เพียงเท่านั้น

เนื่องจากนี้ชาวบ้านในสมัยก่อนก็ได้เรียกพื้นที่เกาะแห่งนี้ว่าเกาะลอยน้ำและด้วยเรื่องราวที่สุดมหัศจรรย์เหล่งนี้เองได้ทำให้เหล่านักวิชาการหลายท่านหลายคนก็พยายามที่จะเข้าไปทำการศึกษาประวัติและได้ทำการสืบค้นข้อมูลต่างๆเพื่อที่จะได้ทำการไขปริศนาว่าทำไมพื้นที่เกาะขนาดเล็กแห่งนี้ถึงสามารถลอยน้ำและลอยพ้นปัญหาอุทกภัยปัญหาต่างๆได้ทุกครั้งไป

เพราะฉะนั้นแล้วหลังจากที่ได้เข้าไปทำการศึกษาโดยนักวิชาการจึงได้พบอีกว่าพื้นที่เกาะคำชะโนดแห่งนี้ได้เป็นเกาะที่มีลักษณะแปลกไปจากพืนที่เกาะอื่นๆ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  สมัคร gclub ไม่มีขั้นต่ำ

ประวัติพระกัปปเถระ

          ถ้าหากใครที่ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องของประวัติของพระพุทธเจ้าและประวัติของสาวกของพระพุทธเจ้าเชื่อว่าจะต้องเคยได้ยินชื่อพระกัปปเถระกันมาบ้าง ประวัติพระกัปปเถระ แต่ถ้าหากใครที่ไม่ได้ศึกษาเกี่ยวกับประวัติของพระพุทธเจ้าและสาวกของพระพุทธเจ้าแล้วอาจจะไม่เคยได้ยินชื่อนี้ซึ่งจริงๆแล้วพระกัปปเถระนั้นนับได้ว่าเป็นพระสงฆ์ที่มีความสำคัญต่อพระพุทธศาสนาเป็นอย่างยิ่งเพราะพระกัปปเถระนั้นคือหนึ่งในสาวกของพระพุทธเจ้าที่ช่วยพระพุทธเจ้าเผยแพร่พระพุทธศาสนาเรียกได้ว่าเป็นสาวกที่สำคัญคนหนึ่งของพระพุทธเจ้าเลยทีเดียว

         สำหรับ ประวัติพระกัปปเถระ นั้นว่ากันว่าแต่เดิมนั้นพระกัปปเถระไม่ได้เป็นศิษย์ของพระพุทธเจ้ามาตั้งแต่เริ่มต้นโดยตั้งแต่เริ่มนั้นเขาเป็นศิษย์ของพราหมณ์พาวรี ซึ่งตามท่านนี้นั้นเขาได้มีการออกบวชเพื่อศึกษาธรรมเช่นเดียวกันโดยออกบวชก่อนพระพุทธเจ้าแต่ว่าพราหมณ์พาวรีนั้นเป็นนักบวชที่นับถือลัทธิพราหมณ์ไม่ได้มีการใช้หลักคำสั่งสอนเกี่ยวกับพระพุทธเจ้า

       ต่อมาเมื่อเขารู้ว่าพระพุทธเจ้านั้นบรรลุเป็นพระอรหันต์จึงอยากจะรู้ว่ามันรู้จริงหรือไม่พราหมณ์พาวรีจึงได้ส่งลูกศิษย์เพื่อมาหาพระพุทธเจ้าจำนวนทั้งหมด 16 คนด้วยกันและหนึ่งในลูกศิษย์ที่ 16 คนที่ถูกส่งมานั่นก็มีพระกัปปเถระด้วยนั่นเอง สิ่งที่พระกัปปเถระจะต้องทำหลังจากเดินทางมาถึงและได้มาเจอกับพระพุทธเจ้าแล้วจะต้องมีการถามคำถามทั้งหมด 6 ข้อด้วยกันเพื่อนำคำตอบนั้นไปให้กับพราหมณ์พาวรี

      สำหรับสถานที่ที่พระกัปปเถระเดินทางมาหาพระพุทธเจ้านั้นอยู่ที่  ปาสาณจดีย์  การเดินทางมาที่นี่ของพระกัปปเถระนั้นมีหัวหน้าคณะคนหนึ่งเป็นผู้นำมาซึ่งหัวหน้าคณะนั้นมีชื่อว่าอชิตมานพ  หลังจากที่พระกัปปเถระได้ฟังคำสั่งสอนรวมถึงได้มีการพูดคุยกับพระพุทธเจ้าและได้ฟังคำตอบที่พระพุทธเจ้านั้นได้ถามจากคำถาม 16 ข้อที่พระกัปปเถระนำมาถามเพื่อไปดีให้กับพระอาจารย์ของตนเองนั้น

      ปรากฏว่าพระกัปปเถระเมื่อได้ฟังเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ได้บรรลุธรรมและเลื่อมใสศรัทธาต่อพระพุทธเจ้าเป็นอย่างมากจึงได้ปวารณา ขอเข้าร่วมเป็นลูกศิษย์ของพระพุทธเจ้าหลังจากนั้นก็ทำการอุปสมบทบวชเป็นพระภิกษุสงฆ์ยึดหลักตามคำสอนของพระพุทธเจ้านับแต่นั้นเป็นต้นมาจากนี้พระกัปปเถระนั้นยังถือได้ว่าเป็นพระสงฆ์หนึ่งใน 80 พระสงฆ์ที่สำคัญที่ช่วยในเรื่องของการเผยแพร่พระพุทธศาสนาให้กับพระพุทธเจ้าอีกด้วย 

         นี่เป็นเพียงหนึ่งในอีกหลายร้อยหลายพันคนที่เมื่อได้ฟังคำสั่งสอนเทศนาของพระพุทธเจ้าแล้วก็เลื่อมใสศรัทธาและเปลี่ยนจากศาสนาที่ตัวเองนับถือมาเป็นนับถือศาสนาพุทธและยังเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการเผยแพร่พระพุทธศาสนาให้เกรียงไกรต่อเนื่องยาวนานมาจนถึงปัจจุบันอีกด้วย 

 

สนับสนุนโดย.  บาคาร่า sa gaming

ร้านขนมมาการองเจ้าดัง ลาดูเร่ ประกาศปิดทุกสาขาในประเทศไทยภายในสิ้นเดือนสิงหาคมปี 63

        หากใครที่ชื่นชอบการกินขนมอย่างขนมมาการองแล้วก็ ลาดูเร่ ประกาศปิดทุกสาขา คงจะรู้จักชื่อ  ลาดูเร่ กันเป็นอย่างดี เพราะเป็นร้านขนมมาการองชื่อดังซึ่งเป็นร้านที่มีเจ้าของอยู่ต่างประเทศด้วยร้านดังกล่าวนั้นมีเจ้าของร้านเป็นคนฝรั่งเศสและได้มาเปิดสาขาในประเทศไทย

ซึ่งปัจจุบันนั้นในประเทศไทยนั้นมีหลายสาขามากโดยเฉพาะจะมีการเปิดร้านนั้นในห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆซึ่งหักในกรุงเทพฯเราก็สามารถหาซื้อได้ที่สยามพารากอนโดยร้านนี้จะเน้นขายมาการองซึ่งมีรสชาติที่อร่อยถูกปากคนไทยอย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 9 เดือนสิงหาคมปีพศ2563

ทางด้านเว็บไซต์ของ ลาดูเร่ ซึ่งเป็นเว็บไซต์ของร้านค้าในประเทศไทยได้มีการโพสต์ข้อความเกี่ยวกับเรื่องของการจะปิดร้านลาดูเร่ทุกสาขาในประเทศไทย โดยให้เหตุผลในการปิดสาขาในครั้งนี้ว่าเนื่องจากว่าทางผู้บริหารแจ้งมาว่าจะมีการสิ้นสุดการทำสัญญาไว้กับประเทศไทยโดยเฉพาะที่สยามพารากอนนั้นได้มีการทำสัญญากันไว้และทำครบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ดังนั้นจึงได้มีการแจ้งขอปิดสาขาทุกสาขาในประเทศไทยก่อนแต่ถ้าหากว่าทางบริษัทลาดูเร่จะมีการเปิดสาขาที่ไหนก็จะมีการประชาสัมพันธ์ให้ลูกค้าทราบอีกครั้งหนึ่งทั้งนี้ทางผู้บริหารของ ลาดูเร่  ยืนยันว่าการปิดสาขาของลาดูเร่ในครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากการที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสอย่างแน่นอน

แต่เป็นการพิจารณาการปิดการสิ้นสุดสัญญาเช่าพื้นที่กับทางสยามพารากอนเองซึ่งในตอนนี้ยังไม่มีแพลนที่จะเปิดสาขาที่ไหนในประเทศไทยดังนั้นจึงได้มีการประชาสัมพันธ์เอาไว้ให้กับลูกค้าได้ทราบโดยทางร้าน ลาดูเร่ ใจยังคงให้บริการให้ลูกค้านั้นมาซื้อมาการองทานได้จนถึงสิ้นเดือนสิงหาคมปีพศ2563 และหลังจากนั้นก็จะปิดกิจการลงซึ่งยังไม่รู้ว่าจะเป็นการปิดแบบถาวรหรืออาจจะมีการเปิดสาขาใหม่ที่อื่นต้องรอการประชาสัมพันธ์อีกครั้งหนึ่ง

      สำหรับขนมมาการองนี้เป็นขนมที่ขึ้นชื่ออย่างมากเนื่องจากว่าร้านลาดูเร่นั้นเป็นร้านชื่อดังในประเทศฝรั่งเศสเลยทีเดียวซึ่งได้มีการขยายกิจการมาเปิดสาขาในประเทศไทยและก็ได้รับความนิยมจากเราไฮโซเป็นอย่างมากเนื่องจากขนมอร่อยและมีสีสันสวยงามน่ารับประทานอีกทั้งร้าน ลาดูเร่ ยังเป็นร้านขนมเบเกอรี่เจ้าแรกๆที่นำขนมมาการองมาขายในประเทศไทยและเป็นเจ้าแรกที่ได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างล้นหลามเลยทีเดียว

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   ติดต่อ ufabet

คุณรู้หรือไม่ว่าภาพสีน้ำที่มีราคาแพงที่สุด ในโลกนั้นเป็นภาพของใคร

          ภาพสีน้ำที่มีราคาแพงที่สุด หากเรากำลังพูดถึงเรื่องของภาพวาดโดยเฉพาะภาพสีน้ำนั้นเสื้อผ้าสำหรับคนที่ชื่นชอบเกี่ยวกับเรื่องของศิลปะการวาดภาพแล้วจะรู้ว่า  ตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบันนี้ภาพวาดโดยศิลปินที่มีชื่อเสียงโด่งดังจะมีราคาสูงมากและถึงแม้ว่ากาลเวลาจะผ่านไปนานมากแค่ไหนแต่ภาพวาดนั้นราคาจะไม่ตกเลยโดยเฉพาะภาพวาดของศิลปินดังๆซึ่งปัจจุบันนั้นอาจจะมีการเสียชีวิตไปแล้วยิ่งผ่านไปหลายปีภาพนั้นก็จะยิ่งมีราคาสูงขึ้น

         อย่างไรก็ตามเชื่อว่าหลายคนคงรู้ว่าในปัจจุบันนั้นมีภาพสีน้ำอยู่ภาพหนึ่งซึ่งเป็นที่ต้องการของคนทั่วไปเป็นอย่างมากโดยเฉพาะพวกเราเศรษฐีทั้งหลายต่างพากันพยายามแย่งที่จะซื้อภาพวาดนี้มาไว้ในครอบครองของตนเองเรียกได้ว่าภาพนี้เป็นภาพที่มีราคาแพงและราคาสูงมากที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ซึ่งคุณรู้หรือไม่ว่าภาพนั้นเป็นภาพของใคร

    สำหรับภาพที่มีราคาแพงมากที่สุดในโลกเป็นภาพที่วาดโดยศิลปินที่ชื่อว่า  วินเซนต์แวนโก๊ะ  

ซึ่งรูปภาพที่แพงที่สุดในโลกในขณะนี้นั้นเป็นภาพของผู้หญิงคนหนึ่งที่หลายคนมองว่าเป็นภาพที่สวยงามมากๆนั่นก็คือภาพของโมนาลิซ่านั่นเอง ภาพสีน้ำที่มีราคาแพงที่สุด เชื่อว่าสำหรับคนที่ชื่นชอบงานด้านศิลปะแล้วก็เวลาที่คุณมองภาพของโมนาลิซ่านั้นคุณจะเห็นความงดงามของหญิงสาวที่เกิดในสมัยยุคโบราณที่ได้มาเป็นแบบในการวาดภาพในครั้งนี้โดยการวาดภาพนี้ใช้เป็นสีน้ำซึ่งหญิงสาวในภาพนั้นเธอเป็นคนที่สวยที่สุดในสมัยนั้นนั่นเอง

           อย่างไรก็ตามถ้าหากเรามาดูกันในสมัยนี้จะเห็นได้ว่าภาพโมนาลิซ่านั้นถ้าคนทั่วไปที่ไม่ได้ชื่นชอบงานศิลปะใดๆเลยก็คงจะมองว่าก็เป็นเพียงแค่ภาพของผู้หญิงในสมัยโบราณที่ไม่ได้มีความสวยงามอะไรแต่อันที่จริงแล้วถ้าหากคุณชื่นชอบเกี่ยวกับเรื่องของศิลปะและแล้วก็ภาพนี้โดดเด่นอย่างมากเลยทีเดียว  

         เป็นที่ต้องการของคนทั้งโลกและยิ่งศิลปินที่วาดภาพนี้คือวินเซนต์แวนโก๊ะแล้วก็เรียกได้ว่าราคาเฉพาะศิลปินก็แพงลิบลิ่วแล้วสำหรับภาพอันสูงค่าของโมนาลิซ่านี้ปัจจุบันนี้มีราคาสูงถึง 800 ล้านบาทกันเลยทีเดียวและภาพนี้ว่ากันว่ามีการวาดรูปขึ้นมาตั้งแต่ปีคริสตศักราช 1890  

             ซึ่งหลังจากที่ว่าเสร็จเรียบร้อยแล้วในช่วงเวลานั้นเศรษฐีทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวอเมริกันรวมถึงชาวฝรั่งเศสต่างก็พากันแย่งซื้อภาพนี้เป็นอย่างมากเลยทีเดียวปัจจุบันนี้ไม่ได้มีการระบุว่าภาพของมูลค่านั้นอยู่กับใครเพราะเรียกได้ว่าเป็นภาพที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนานและเป็นผลงานด้านศิลปะของ แล้วเป็นระดับโลกอย่างวินเซนต์แวนโก๊ะนั่นเอง 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   ทางเข้า ยูฟ่าเบท มือถือ

ตำนานมนุษย์กินคน  Sawney Bean

            มนุษย์กินคน  Sawney Bean หากพูดถึงมนุษย์กินคนย่อมมีเรื่องเล่าและตำนานซึ่งมนุษย์กินคนที่เราจะพูดถึงกันในวันนี้ว่ากันว่าเป็นมนุษย์กินคนที่มีประวัติการกินคนเยอะมากที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้โดยบุคคลที่ถูกตั้งฉายาว่าเป็นมนุษย์กินคนที่กินคนเข้าไปเยอะมากที่สุดในโลกนั้นมีชื่อว่า Sawney Bean 

โดยผู้ชายคนนี้เป็นลูกชายของครอบครัวที่่หาเลี้ยงชีพด้วยการเป็นช่างไม้ซึ่งครอบครัวนี้มีต้นกำเนิดอยู่ที่ประเทศสก็อตแลนด์   สำหรับชีวิตในวัยเด็กของ  Sawney Bean นั้นพ่อแม่ไม่ค่อยเอาใจใส่มากนักเนื่องจากมีฐานะยากจนจึงต้องพยายามหาเลี้ยงชีพและไม่ค่อยสนใจลูกของตนเอง 

          จนเมื่อ  Sawney Bean เติบโตเป็นหนุ่มเขาได้รู้จักกับผู้หญิงคนหนึ่งที่มีชื่อว่า Black  มนุษย์กินคน  Sawney Bean ซึ่งหญิงสาวคนดังกล่าวนั้นก็มีชีวิตและแนวทางดำเนินชีวิตไม่ต่างกับSawney Bean เลยเมื่อคนทั้งคู่ได้แต่งงานและอยู่ด้วยกันถ้าเมืองต่างก็พากันไม่ชอบครอบครัวของSawney Bean กับ Black จนในที่สุดทั้งคู่ก็ตัดสินใจย้ายไปอยู่ที่อื่นและได้มีการไปอาศัยอยู่ในป่าโดยใช้ถ้ำแห่งหนึ่งเป็นบ้านเพื่ออยู่อาศัยซึ่งลักษณะของถ้ำแห่งนี้บริเวณหน้าปากทางเข้าถ้ำนั้นจะค่อนข้างแคบแต่เมื่อเดินทะลุเข้าไปข้างในจะเป็นของที่ใหญ่มากๆ หลังจากนั้น Sawney Beanก็อาศัยอยู่กับภรรยาของเขาที่ถ้ำแห่งนั้นนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

         แต่เรื่องราวไม่ได้จบเพียงเท่านั้นเพราะทั้งคู่ไม่ได้ประกอบอาชีพอะไรดังนั้นจึงใช้วิธีการดักปล้นนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าไปเที่ยวในป่าฆ่าทิ้งและนำทรัพย์สินรวมถึงอาหารของนักท่องเที่ยวมากินมาใช้อย่างไรก็ตามเมื่ออยู่ไปนานๆสองสามีภรรยาก็มีลูกด้วยกันทำให้การปล้นและฆ่านักท่องเที่ยวนั้นไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิตในที่สุดSawney Bean ก็ได้ตัดสินใจนำศพของนักท่องเที่ยวที่ตนเองฆ่าตายมาแล่เนื้อแล้วนำไปประกอบอาหารและนำมาให้ภรรยาและลูกกิน

         ซึ่งทั้งภรรยาและรูปนั้นต่างก็ชื่นชอบรสชาติของเนื้อมนุษย์เป็นอย่างมากและนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาก็ทำให้ทุกครั้งที่มีการปล้นนักท่องเที่ยวและมีการฆ่านักท่องเที่ยวก็จะมีการนำศพมาหันแรกเนื้อและใช้ประกอบอาหารและนี่คือจุดเริ่มต้นของมนุษย์กินคนนั้นเอง 

       และจากการที่มีการนำที่ Sawney Beanและคนในครอบครัวฆ่าคนและนำมาเกินเยอะมากยิ่งขึ้น วิธีการกำจัดเศษซากกระดูกพวกเขาเอาชิ้นส่วนไปทิ้งในแม่น้ำและทะเล  และแม้ชาวบ้านจะเห็นโครงกระดูกของศพ แต่ก็ไม่รู้ว่าใครเป็นคนฆ่าศพเหล่านั้น  จนในที่สุดเวลาผ่านไป 25 ปี ทำให้ชาวบ้านได้รู้ว่าแท้ที่จริงแล้วครอบครัวของ Sawney Bean เป็นคนฆ่าคนและนำคนไปกิน จนนำมาสู่การจับกุมและสอบสวนจนสามารถกำจัดครอบครัวของ Sawney Bean ได้นั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย.  ufabet บนมือถือ

ตำนานสยองขวัญของบ้าน The  Amityville 

      บ้าน The  Amityville   คือบ้านเก่าแก่หลังหนึ่งซึ่งมีอายุมานับเป็นร้อยปีแล้วโดยบ้านแห่งนี้นั้นอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งลักษณะของตัวบ้านนั้นมีการปลูกเหมือนคล้ายกับโรงนาทรงสูงเป็นลักษณะของบ้านทรงดัทซ์ โคโลเนียล   ความโด่งดังของบ้านหลังนี้นั้นเรียกได้ว่าเป็นบ้านแห่ง

         ตำนานของคนอเมริกันเลยก็ว่าได้หากพูดถึงชื่อบ้านหลังนี้แล้วเราก็แทบจะไม่มีใครที่ไม่รู้จักชื่อเสียงของบ้านหลังนี้เลยเนื่องจากว่าบ้านหลังนี้นั้นมีการกล่าวถึงความน่ากลัวและความสืบสยองภายในบ้านเราบ้านหลังนี้เต็มไปด้วยวิญญาณผีสิงของคนในครอบครัวที่เสียชีวิตไปภายในบ้านหลังนี้ทั้งหมดรวม 6 คนนั้นเอง 

    ตามตำนานที่พูดถึง บ้าน The  Amityville  นั้น ในช่วงเริ่มแรกเดิมทีของการสร้างบ้านหลังดังกล่าวนี้  บ้านหลังนี้ไม่มีเรื่องราวน่ากลัวอะไรเลยเป็นบ้านของชาวบ้านธรรมดาทั่วไปที่มีพ่อแม่ลูกอาศัยอยู่รวมกันแต่เราอยู่มาวันหนึ่งเรื่องราวก็เกิดขึ้นเมื่อมีลูกชายคนโตที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้อยู่ๆก็ก่อเหตุฆาตกรรมคนในครอบครัวทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่หรือแม้แต่น้องชายทำให้ในบ้านหลังนี้นั้นมีคนเสียชีวิตรวมกันทั้งหมด 6 คนด้วยกัน

          โดยเหตุการณ์ในครั้งนั้นเกิดขึ้นเมื่อช่วงประมาณต้นปีของปีคศ 1974 และเมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุว่ามีเหตุฆาตกรรมกันภายในบ้านจึงได้รุดไปตรวจสอบบ้านหลังดังกล่าวแล้วก็ไปพบศพจริงๆซึ่งแต่ละศพนั้นถูกฆ่าตายในขณะที่พวกเขานั้นยังคงนอนหลับพักผ่อนโดยที่พวกเขาไม่รู้มาก่อนเลยว่าชีวิตของพวกเขานั้นจะถึงจบแล้วสีมือของ  ดอว์น เดอฟีโอ   ลูกชายคนโตของบ้านหลังนี้นั่นเอง 

          สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับตัวคนร้ายได้  และเขาก็ให้การว่าในระหว่างที่เขายืนอยู่นั้นเขาได้ยินเสียงคนกระซิบมาบอกให้เขานั้นฆ่าคนในครอบครัวทั้งหมดและที่สำคัญก็ยังเห็นเงาที่มีลักษณะสีดำคล้ายกับคนเดินเอาปืนมาใส่มือของเขา

    หลังจากนั้นก็บอกให้เขานั้นการคนในครอบครัวและเมื่อได้ยินคำพูดนี้เขาก็จำเหตุการณ์อะไรไม่ได้อีกเลยแต่เขาคล้ายกับได้ยินเสียงปืนดังอยู่หลายนัดมารู้สึกตัวอีกทีก็ทำให้คนในครอบครัวนั้นเสียชีวิตกันหมดแล้ว

      นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาไม่ว่าใครมาซื้อบ้านหลังนี้และย้ายเข้ามาอยู่ทุกคนจะพูดเสียงเดียวกันว่าบ้านหลังนี้มีเรื่องราวประหลาดมีเหตุการณ์ให้ชวนสยองขวัญ  นั่นก็คือบางครั้งได้ยินเสียงคนเดินไปอยู่ภายในบ้านทั้งๆที่ไม่มีใครอยู่หรือบางทีก็ได้กลิ่นเหม็นเน่าหรือบางครั้งก็มีของเหลวเปื้อนบริเวณภายในห้องน้ำ

          ซึ่งของเหลวนั้นมีสีดำและยังมีกลิ่นเหม็นอีกด้วยทำให้ไม่มีใครกล้าที่จะมาอาศัยในบ้านหลังดังกล่าวและนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาบ้านหลังนี้ก็กลายมาเป็นตำนานของความสยองขวัญนั้นเอง         

 

ขอบคุณ.  ufabetฝ่ายบริการ   ที่ให้การสนับสนุน

ตำนานแม่น้ำกุดนางใย แม่น้ำสายสำคัญ ของจังหวัดมหาสารคาม

         ที่จังหวัดมหาสารคามนั้นจะมีแม่น้ำสายหนึ่งที่ชาวบ้านต่างก็เรียกชื่อแม่น้ำสายนี้ว่า ตำนานแม่น้ำกุดนางใย   ซึ่งแม่น้ำสายนี้มีมาตั้งแต่พุทธศักราช 2408   โดยผู้ที่สร้างแม่น้ำสายนี้ขึ้นมาก็คือเจ้าเมืองมหาสารคามองค์แรกนั่นก็คือพระเจริญราชเดชนั่นเอง

        ส่วนสาเหตุที่ทำให้มีการขุดลอกแม่น้ำสายนี้ขึ้นมานั่นก็เพราะว่าพระเจริญราชเดชต้องการให้แม่น้ำสายนี้เป็นแม่น้ำสายหลักในการดำรงชีวิตของชาวบ้านโดยจะให้ชาวบ้านนั้นได้ใช้อุปโภคบริโภค 

          และสร้างเอาไว้ใช้ยามที่ถึงช่วงฤดูแล้งไม่มีน้ำใช้ชาวบ้านก็จะได้นำน้ำนี้ไปใช้ในการลดพืชผักของตนเองนั่นเอง    อย่างไรก็ตามแม่น้ำสายนี้ถือว่ามีอายุเก่าแก่มากแล้วซึ่งปัจจุบันนี้แม่น้ำสายนี้ยังคงมีอยู่แต่น้ำในแม่น้ำนั้นหร่อยหรอลงไปมากแล้วเหลือเพียงแค่ล่องลอยในประวัติศาสตร์เท่านั้น

    ว่าที่นี่เคยเป็นแหล่งน้ำสายสำคัญสำหรับแม่น้ำสายนี้นั้นอยู่ในพื้นที่ประมาณ 2 ไร่และอยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยอาชีวศึกษามหาสารคาม  ที่สำคัญตรงบริเวณแม่น้ำขวดใหญ่ไหมนั้นยังมีร่องรอยประวัติศาสตร์สมัยของพระเจริญราชเดชโดยชาวบ้านเชื่อกันว่าวัตถุโบราณที่มีการสร้างเอาไว้ตรงแม่น้ำกุดนางใย  นั้นน่าจะสร้างเอาไว้ตั้งแต่สมัยที่เริ่มมีการสร้างเมืองโดยวัตถุโบราณที่ว่านี้คือเสาหงษ์ซึ่งชาวบ้านเชื่อกันว่าเอาของต้นนี้นั้นไปช่วยพิทักษ์รักษาบ้านเมืองให้เกิดความสงบร่มเย็นนั่นเอง

        ส่วนตำนานที่พูดถึง ตำนานแม่น้ำกุดนางใย นั่นก็เพราะว่าในสมัยอดีตกาลนั้นมีครอบครัวหนึ่งซึ่งอยู่ด้วยกันสองคนแม่ลูกลูกชายได้แต่งงานกับหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งทั้งสามคนก็ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันตามปกติแต่อยู่มาวันหนึ่งลูกชายต้องไปขายของเงินฝากเมืองทิ้งให้แม่ของตนเองแล้วก็ภรรยานั้นอยู่ด้วยกันสองคนในช่วงเวลากลางคืนแม่สามีเห็นว่าลูกสะใภ้นั้นเข้าห้องนอนแล้วแต่ไม่ยอมดับตะเกียงจึงตั้งใจที่จะไปบอกให้ลูกสะใภ้นั้นดับตะเกียงนอน

            แต่เมื่อกำลังจะเปิดประตูแม่สามีกลับเห็นว่าลูกสะใภ้มีท่าทีแปลกๆมีลักษณะของการสาวใยไหมออกจากปากทำให้แม่ผัวนั้นค่อนข้างที่จะหวาดกลัวจึงไปเล่าเรื่องดังกล่าวให้เพื่อนบ้านฟังและตกกลางคืนอีกวันรุ่งขึ้นก็พากันมาแอบดูแล้วพอเห็นว่าลูกสะใภ้นั้นมีการสาวใยไหมออกจากปากจริงๆจึงได้มีการเปิดประตูเข้าไปแล้วไปพูดคุยกับหญิงสาวคนดังกล่าวว่าหญิงคนนั้นเป็นภูตผีปีศาจหรือไม่พร้อมทั้งขับไล่ออกจากบ้าน

 ซึ่งหญิงสาวคนดังกล่าวนั้นเสียใจและอับอายมากจึงได้ไปกระโดดน้ำแถวบ้านหลังจากนั้นก็หายไปเมื่อสามีของหญิงสาวกลับมารู้ว่าภรรยาของตนเองและไปกระโดดน้ำก็ไปนั่งเสียใจอยู่ตรงบริเวณริมแม่น้ำนั้นทุกวันซึ่งมันนานทีเขาก็จะมองเห็นว่าภรรยาของเขานั้นมีเงาอยู่ในน้ำและกำลังนั่งชักใยออกจากปากตนเองซึ่งนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาชาวบ้านร่ำลือกันและมีการตั้งชื่อแม่น้ำสายนี้ว่าแม่น้ำกุดนางใยนั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย   www.ufabet.com ลิ้งเข้าระบบ

การฉลองวันตรุษจีนที่ถูกต้อง

             สำหรับ การฉลองตรุษจีน ในประเทศไทยนั้นจะนิยมจัดการ เฉลิมฉลองเพียงแค่ 3 วันเท่านั้นโดยในวันแรกนั้น จะเป็นวันที่เรียกว่ามันซื้อซึ่งในวันนี้จะเป็นวันที่เราไปหาแม่บ้านทั้งหลายจะต้องออกมาตลาดเพื่อซื้อของเซ่นไหว้ไม่ว่าจะเป็นหมูเห็ดเป็ดไก่หรือแม้แต่ผลไม้ต่างๆรวมถึงสิ่งของที่จะใช้นำไปประกอบอาหารที่จะนำมาเซ่นไหว้ในช่วงเทศกาลวันตรุษจีนเป็นวันที่ 2 นั้นจะเป็นวันไหว้

         ซึ่งวันนี้จะเป็นการที่นำของที่ซื้อมาตั้งแต่เมื่อวานนำมาไว้ถวายเทพเจ้าโดยจะมีการนำเนื้อสัตว์และผลไม้รวมถึงอาหารต่างๆมาเส้นไหว้เทพเจ้าตั้งแต่เช้าหลังจากนั้นวันที่ 3 จะเป็นช่วงของเทศกาลวันตรุษจีนซึ่งวันนี้จะเป็นวันที่ทุกคนจะต้องพักผ่อนเดินทางไปท่องเที่ยวและไม่ทำงาน  ซึ่งในทุกๆปีสำหรับคนไทยเชื้อสายจีนหรือว่าคนจีนที่อยู่ในประเทศไทยก็มักจะจัดการเฉลิมฉลองกันโดยกำหนดการในเทศกาลวันตรุษจีนในประเทศไทยนั้นก็จะมีเพียงแค่ 3 วันนี้เท่านั้น

        แต่สำหรับในประเทศจีนแล้ว การฉลองวันตรุษจีน นั้นนับว่าเป็นเทศกาลที่ยิ่งใหญ่เป็นอย่างมากดังนั้นประเทศจีนจะมีการหยุดในช่วงเทศกาลตรุษจีนและมีการเฉลิมฉลองกันทั้งสิ้นทั้งหมด 15 วันด้วยกัน  เรามาดูกันว่าในแต่ละวันนั้นคนจีนนิยมทำอะไรกันบ้าง

          สำหรับในวันแรกนั้นคนจีนมองว่าเป็นวันเริ่มต้นของวันใหม่หรือวันเริ่มต้นของปีใหม่ดังนั้นวันนี้จึงเป็นวันที่ทุกคนนั้นต่างก็จะต้องมีการบำเพ็ญสิจน์ด้วยการที่จะไม่กินเนื้อสัตว์จะกินแค่ผักและผลไม้เท่านั้นซึ่งวันนี้คนจีนเชื่อว่าจะเป็นวันที่เหล่าบรรดาเทวดาทั้งหลายจะมายังโลกดังนั้นจึงต้องมีการทำร่างกายและจิตใจให้บริสุทธิ์ด้วยการงดกินเนื้อสัตว์นั่นเอง 

        วันที่ 4 เป็นวันสำหรับกราบไหว้บรรพบุรุษเทวดาทั้งหลาย  ส่วนวันที่ 3 และวันที่ 4 นั้นก็จะเป็นการที่บรรดาลูกหลานจะกลับบ้านเพื่อไปกราบไหว้ปู่ย่าตายายของตนเองหรือถ้าหากบ้านไหนมีลูกเขยก็จะมีการพาลูกเขยเข้าบ้านเพื่อไปกราบไหว้บรรพบุรุษและคนในครอบครัว  ส่วนวันที่ 5 นั้นทุกคนจะไม่เดินทางไปไหนแต่จะรวมตัวกันอยู่ที่บ้านเลยคนจีนเชื่อวันนี้เทพเจ้าแห่งความร่ำรวยจะมาเยือนที่บ้านดังนั้นทุกคนจะต้องรวมตัวกันอยู่ที่บ้านเพื่อรับเทพเจ้า   

         พอต่อมาวันที่ 6 ก็จะเป็นการที่ทุกคนจะออกจากบ้านเพื่อไปเยี่ยมเยียนญาติพี่น้องหรือไปทำบุญที่วัดเพื่อทำการสวดมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับตนเองและครอบครัวส่วนวันที่ 7 นั้นก็จะเป็นการเฉลิมฉลองด้วยการนำผลิตผลของชาวเกษตรกรออกมาทำอาหารรับประทานเช่นการกินหมี่ซั่วซึ่งแผนที่ทำอะไรกินนั้นก็จะมีความหมายดีๆเข้ามาอย่างเช่นถ้ากินปลาดิบก็หมายถึงว่าจะทำให้ชีวิตประสบความสำเร็จหรือถ้าหากกินหมี่ซั่วก็จะทำให้ชีวิตอย่างนั้นเอง 

          สำหรับวันที่ 8 จะมีการรวมตัวกันของคนในครอบครัวเพื่อสวดมนต์ขอพรจากเทพเจ้าโดยในวันนี้จะเป็นการขอพรเทพเจ้าเทียนกงโดยจะมีการขอพรในช่วงเวลาเที่ยงคืนและพอวันที่ 9 ก็จะเป็นการสวดมนต์ขอพรกับเซียนฮ่องเต้  หลังจากนั้นวันที่ 10 ถึงวันที่ 12 ก็จะเป็นการเชิญบรรดาญาติพี่น้องและเพื่อนๆให้มากินอาหารที่บ้านเหมือนกับเป็นการรวมตัวกันส่วนวันที่ 13 นั้นก็จะเป็นการกินอาหารกันธรรมดาของคนในครอบครัวแต่วันนี้จะมีอาหารชนิดหนึ่งถูกนำมาตั้งโต๊ะด้วยนั่นก็คือผักดองกิมจิโดยมีความเชื่อว่าหากกินดองกิมจิในวันที่ 3 จะเป็นวิธีการชำระร่างกายให้สะอาดบริสุทธิ์นั่นเอง

          รอวันที่ 14 ก็จะมีการจัดการเฉลิมฉลองโดยมีการตกแต่งบ้านด้วยโคมไฟสีแดงและ เมื่อถึงวันที่ 15 ก็จะเป็นการเริ่มเทศกาลวันตรุษจีนเป็นการเฉลิมฉลองในเทศกาลนี้นั่นเอง 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    sa casino ฟรี300

การพ่ายแพ้ครั้งยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติ

ซึ่งหากพูดถึงการที่มนุษย์ได้รบกับสัตว์แล้วมนุษย์พ่ายแพ้ หลายคนน่าจะไปนึกถึงสัตว์ร้ายอะไรต่างๆ การพ่ายแพ้ครั้งยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติ อย่างหนึ่งเช่น เสือ กระทิง หมี หรือว่าไปนึกถึงสัตว์ใหญ่ๆอย่างช้างแต่จริงๆแล้วสัตว์ที่มนุษย์ไปรบด้วยแล้วก็พ่ายแพ้ยับคือ นก มันไม่ใช่นกที่ธรรมดามันเป็น นกEmu bird 

โดยมีถิ่นกำเนิดอยู่ที่ทวีปออสเตรเลียจะอาศัยอยู่บริเวณออสเตรเลียตอนกลางแล้วทีนี่ถามว่ามนุษย์ไปรบกับนกEmu birdได้อย่างไงมีอะไรเกิดขึ้นต้องย้อนกลับไปถึงประวัติศาสตร์ของออสเตรเลียเลยต้องบอกเลยว่ามีความเกี่ยวพันกับประวัติศาสตร์โลก

เพราะว่าเราเล่าเรื่องการต่อสู้นกกับคนแต่ก็ยังมีประวัติศาสตร์เข้ามาร่วมด้วยถามว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงไหนของมนุษยชาติมันเกิดขึ้นปีค.ศ.1932 แต่ก่อนที่เราจะไปพูดถึงปีค.ศ.1932เราจะพูดถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านั้นก่อนโดยเป็นเหตุการณ์ที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากกับประวัติศาสตร์โลกนั่นก็คือสงครามโลกครั้งที่หนึ่งนั่นเองโดยเป็นสงครามครั้งยิ่งใหญ่

การพ่ายแพ้ครั้งยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติ ดังนั้นมันได้ทำให้เกดผลกระทบต่างๆไปทั่วโลกปรากฎว่าในช่วงปี1918เป็นช่วงที่สงครามโลกครั้งที่หนึ่งได้สิ้นสุดลงแน่นอนว่าพอสงครามสิ้นสุดแต่ละคนก็จะเดินทางกลับบ้านโดยเฉพาะพวกทหารที่มีเยอะมากๆที่มารบอยู่ในยุโรปถ้าหากออสเตรเลียก็มีการเดินทางกลับมาบ้านที่ออสเตรเลียพร้อมกับอาชีพที่หายไปเพราะว่าไม่มีการสู้รบแล้วรวมไปถึงอีกกลุ่มนึงก็คือพวกทหารผ่านศึกก็คืออังกฤษ

นอกจากนี้ก็ได้ย้ายมาที่ออสเตรเลียแน่นนอนว่ารัฐบาลออสเตรเลียในสมัยนั้นก็จะต้องมีการจัดสรรที่ทำกินอะไรต่างๆให้เพราะว่าพวกนี้ไม่ได้มีอาชีพเหมือนเดิมแล้วเพราะในตอนสงครามโลกมันจะต้องมีการเกณฑ์ทหารที่เยอะมากๆรัฐบาลออสเตรเลียได้สมัยนั้นก็มีการจัดสรรคที่ดินทำกินให้กับทหารผ่านศึกในบริเวณที่เรียกว่าWest Australiaตะวันตก

ซึ่งในบริเวณนั้นในยุตสมัยนั้นถือว่าเป็นที่ดินรกร้างยังไม่มีคนมาอาศัยอยู่และยังเป็นที่ดินผืนใหญ่มากโดยทหารผ่านศึกที่ได้รับการจัดสรรคที่ดินให้ไปอยู่ออสเตรเลียตะวันตกก็มีประมาณ5,000นายด้วยกันเรียกได้ว่าก็เยอะอยู่พอสมควรแล้วถามว่าพอได้รับการจัดสรรคที่ดินไปแล้วเขาเอาไปทำอะไรกัน

เพราะฉะนั้นแน่นอนแล้วว่าก็จะต้องนำเอาไปทำพวกเกษรตกรอะไรต่างๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งเขาจะทำอย่างนึงนั่นก็คือการปลูกทุ่งข้าวสาสีนั่นเองเรียกได้ว่ามีทุ่งข้าวสาสีเกิดขึ้นบริเวณนั้นอมย่างไรก้ตามในการเพาะปลูกบริเวณนั้นมันก็มีปัญหาอยู่เหมือนกันปี1929ก็มีเหตุการณ์นึงที่เปลี่ยนแปลงไปก็คือมันเกิดความแห้งแล้งเกิดขึ้นและเศรษฐกิจก็ดันมาตกต่ำหลังสงครามโลกเป็นผลกระทบไปทั่วโลก

 

สนับสนุนโดย.   Ufabet เข้าสู่ระบบ