สถาปัตยกรรมในประเทศไทยที่สวยงามจนได้รับรางวัล

สถาปัตยกรรม คือ ศิลปะในการก่อสร้างอาคาร บ้านเรือน วัด โรงเรียน และสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ ซึ่งแรงบันดาลใจในการก่อสร้างอาจมีตั้งแต่ความสวยงาม สภาพภูมิอากาศ สภาพภูมิประเทศ และในวันนี้เราจะมาแนะนำสถาปัตยกรรมภายในประเทศไทยที่สวยงาม น่าสนใจจนได้รับรางวัลระดับโลก มีที่ไหนบ้าง

1.Thailand Creative and Design Center : TCDC (ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ) ออกแบบโดย Department of Architecture

ผลงานการรีโนเวทอาคารไปรษณีย์กลางบางรักส่วนหนึ่งให้กลายมาเป็นที่ตั้งศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบได้รับรางวัลชนะเลิศ จากงาน Blueprint Awards สาขา Best Interior Project : Work เมื่อปี 2017  ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และชนะเลิศรางวัล FX International Interior Design Awards (UK) สาขา Workspace Environment (Large) เมื่อปี 2017 เช่นกัน

2.The Wine Ayutthaya ออกแบบโดย Bangkok Project Studio 

ร้านอาหารที่สร้างจากไม้อัดยาง หนึ่งในผลงานของผู้ช่วยศาสตราจารย์บุญเสริม เปรมธาดา สถาปนิกที่เป็นผู้ก่อตั้ง Bangkok Project Studio ซึ่งสถาปัตยกรรมดังกล่าวเป็นผสมผสานระหว่างทันสมัยกับความเป็นกลิ่นอายของสถาปัตยกรรมสมัยกรุงเก่าจนทำให้ The Wine Ayutthaya ได้รับรางวัล Bronze Awards จาก DFA Design for Asia Awards เมื่อปี 2017 ที่ประเทศฮ่องกง ซึ่งจัดโดย Hong Kong Design Centre 

3.Multi-Place ออกแบบโดย EKAR 

อาคาร Mixed-use ที่ตั้งอยู่ใจกลางตลาดของชาวสุราษฎร์ธานี มีความโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมฟาซาดคอนกรีตบล็อกและบล็อกแก้ว ทำหน้าที่กั้นมลพิษและความวุ่นวายจากสภาพแวดล้อมภายนอก สถาปัตยกรรมแห่งนี้จึงได้รับรางวัล Architizer A+Awards เว็บไซต์ architizer.com เมื่อปี 2017

4.Naiipa Art Complex (ในป่า อาร์ต คอมเพล็กซ์) โดย Stu/d/o เป็นผู้ออกแบบ

อาคารที่มีการผสมผสานระหว่างธรรมชาติและพื้นที่ใช้สอย สไตล์ Mixed-Use มีธรรมชาติล้อมรอบ เต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียว และมีสะพานกลางแจ้งที่เชื่อมพื้นที่ใช้สอยส่วนต่างๆทำให้เกิดความโดดเด่น น่าสนใจ มีพื้นที่ทั้งหมด 2,400 ตารางเมตร สถาปัตยกรรมแห่งนี้ได้รับรางวัล Highly Commended สาขา Mixed Use – Completed Buildings จาก World Architecture Festival เมื่อปี 2017 

5.IR-ON Hotel (โรงแรมไอออน) โดย Hypothesis เป็นผู้ออกแบบ

โรงแรมที่ตั้งอยู่ย่านสุขุมวิท มีสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นจากฟาซาดเหล็กดัด และการรีโนเวทภายในตัวโรงแรม โดยการนำเหล็กดัดไปใช้ตกแต่งให้มีควาวมผสานกับสถาปัตยกรรมด้านนอกโรงแรม ซึ่งทำให้สถาปัตยกรรมแห่งนี้ได้รับรางชนะเลิศ สาขา Hotels Winner จาก INSIDE Awards เมื่อปี 2017 

6.โรงเรียนบ้านหนองบัว โดย Junsekino Architect and Design เป็นผู้ออกแบบ

โรงเรียนบ้านหนองบัวก็เป็น 1 ใน 9 โรงเรียนที่สร้างขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในจังหวัดเชียงราย อาคารเรียนดังกล่าวมีโครงสร้างสถาปัตยกรรมที่เรียบง่าย ใช้วัสดุในท้องถิ่นมาก่อสร้างอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและต่อเด็กนักเรียน มีความยืดหยุ่น และแข็งแรงพอที่รับแรงสั่นสะเทือนจากการเกิดแผ่นดินไหวได้ นี่จึงทำให้โรงเรียนบ้านหนองบัวได้รับรางวัล WINNER : Excellent Communications Design Architecture จาก German Design Award เมื่อปี 2018 

7.Choui Fong Tea Cafe โดย IDIN Architects เป็นผู้ออกแบบ

ร้านชาที่ตั้งอยู่บนเขาภายในบริเวณไร่ชาฉุยฟง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ได้รับการยกย่องว่าเป็นสถาปัตยกรรมที่สามารถนำเอาชามาผสมสานในการออกแบบได้ จนได้รับรางวัล WINNER : Excellent Communications Design Retail Architecture ของ German Design Award เมื่อปี 2018

สถาปัตยกรรมทั้งหมดทั้งมวลนี้ล้วนเป็นความภูมิใจของสถาปนิกไทย ที่สร้างสรรค์ผลงานศิลปะด้านการออกแบบสถาปัตยกรรมได้ออกมาเป็นอย่างดี หากใครสนใจสามารถไปสัมผัสกับสถานที่เหล่านี้ได้ ไปชื่นชมความสวยงาม ความแปลกใหม่ที่สถาปนิกไทยบรรจงสร้างสรรค์ไว้

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   บาคาร่า บิกินี่

ภาพวาดที่ถูกพูดถึงจนปัจจุบัน

การสร้างสรรค์ผลงานทางด้านจิตรกรรมและศิลปกรรมที่สวยงามขึ้นมานั้นถือว่าไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลยทีเดียว เพราะการที่ผู้สร้างสรรค์นั้นจะสามารถสร้างสรรค์ผลงานให้ออกมามีความสวยงามและเป็นผลงานที่โดดเด่นได้นั้นก็จะต้องอาศัยทั้งในเรื่องพรสวรรค์ทางด้านศิลปะและการฝึกฝนฝีมืออย่างสม่ำเสมอด้วย

และต้องยอมรับในความสามารถของจิตรกรศิลปินในอดีอย่างมาก เพราะพวกเขาสามารถสร้างสรรค์ผงานด้วยฝีมืออย่างแท้จริงตั้งแต่ในอดีตและผลงานต่างๆเหล่านั้นก็ยังคงเป็นผลงานที่มีการพูดถึงจนปัจจุบันถึงแม้เวลาจะผ่านล่วงเลยไปหลายร้อยปีแล้วก็ตาม

The Last Supper เป็นภาพวาดที่วาดโดยจิตรกรชื่อดังของโลกอย่าง Leonardo de vinci นั่นเอง เชื่อว่าหลายคนต้องคุ้นเคยชื่อของเขาเป็นอย่างดี โดยเฉพาะคนที่คลุกคลีในแวดวงของศิลปะนั้นเป็นไปไม่ได้เลยว่าจะไม่รู้จักเขาคนนี้ เพราะ Da Vinci นั้นถือว่าเป็นจิตรกรศิลปินที่หลายคนที่เรียนรู้ทางด้านศิลปะนั้นมักจะมีเขาเป็นต้นแบบหรือแบบอย่างนั่นเอง

ซึ่ง The Last Supper นั้น เป็นภาพวาดที่โด่งดังอย่างภาพวาดพระกายหารค่ำมื้อสุดท้ายของพระเยซู เป็นจิตรกรรมผาฝนังที่ Da Vinci ได้มีการสร้างสรรค์และวาดขึ้นมาในช่วงศรรตวรรษที่ 15 โดยภาพวาดนี้นั้นถูกสร้างขึ้นที่โบสถ์ ซานตามาเรีย เดลกาซี่ ในเมืองมอลาน ประเทศอิตาลีซึ่งภาพวาดนั้นถูกวาดอยู่ผนังของด้านหลังโบสถ์

ซึ่งภาพ The Last Supper นั้นเป็นการวาดบรรยายเหตุการของพระกายหารมื้อค่ำที่เป็นอาหารมื้อสุดท้ายของพระเยซูหลังจากที่พระเยซูได้ประกาศว่า1ใน12 อคระสาวกของเขานั้นจะเป็นคนที่ทรยศพระองค์และกดารเสวยพระกายหารค่ำนี้ก้เป็นมื้อสุดท้ายก่อนที่พระองค์นั้นจะถูกตรึงกางเขน โดยภาพวาดนี้ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาในปี 1495

และได้เสร็จสมบูรณ์ในปี1498 โดยการวาดภาพของเขานั้นไม่ได้เป็นการวาดภาพอย่างต่อเนื่องและมีการนำเสนอสิ่งต่างๆในการสร้างสรรค์มาโดยตลอดเช่น คนที่นั่งอยู่ทางด้านซ้ายมือของพระองค์นั้นควรจะเป็นแมร์รี่ แม็คดาเลน มากกว่าจะเป็นอคระสาวกจอร์นนั่นเอง

โดยมการไขปริศนาในเรื่องนี้จากหลายๆคนว่าบุคคลในภาพวานั้นใช่แมร์รี่ แม็คดาเลนหรือไม่และเรื่องราวบนภาพวาดนี้นั้นมีส่วนสำคัญในการสร้างหนังสืออย่างหนังสือ The Da Vinci Code ที่มีการเขียนขึ้นมาในปี2003 ด้วย โดยรื่องราวและเนื้อหาในหนังสือนั้นก็มีการถอดรหัสและสิ่งที่ผู้เขียนนั้นคิดว่าเป็นความลับของ Da vinci นั่นเอง

ซึ่งก็ถือว่าเป็นหนังสื่อที่มีความน่าสนใจอย่างมาก แต่อย่างไรก็ตามเรื่องราวเหล่านี้ก็เป็นเพียงการตั้งข้อสมมติฐานต่างๆขึ้นมาเพียงเท่านั้นเพราะความจริงที่ว่าความหมายของภาพวาดนั้นมีความหมายอย่างไร ก็คงจะมีเพียง Da vinci gท่านั้นที่รู้ แต่อย่างไรก็ตามถึงแม้จะไม่ได้รู้ถึงความหมายที่แท้จริงและยความหมายของภาพวาดนั้นก็อาจจะยังคงเป็นปริศนาอยู่ แต่ภาพวาดอย่าง The Last Supper นั้นก็ยังคงถูกพูดถึงและชื่นชมในด้านความสวยงามมาจนถึงปัจจุบัน

 

ขอขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย   ufabet

ตำนาน การบวชนาค

       ในทางพระพุทธศาสนานั้นหากใครก็ตามที่จะต้องมีการบวชเรียนเป็นพระสงฆ์ก็จะต้องมีการผ่านการบวชเป็นนาคเสียก่อน ซึ่งการบวชเป็นนาคนั้น มีที่มาที่ไปเช่นเดียวกัน โดยมีตำนานเล่าสืบต่อต่อกันมาเกี่ยวกับที่มาของคำว่าบวชนาค วันนี้เราจะมาพูดถึงที่มานี้กันว่าเหตุใดถึงมีคำว่าบวชนาค  ว่ากันว่าในสมัยอดีตกาล มีพญานาคตนหนึ่งเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา

และไม่ชอบชาติกำเนิดของตัวเองที่เกิดมาเป็นพญานาค ดังนั้น พญานาคตัวดังกล่าวอยากจะหาทางทำให้ตัวเองนั้นกลายเป็นมนุษย์ในชาติต่อไปให้ได้ และมีความคิดว่าหากบวชพระถือศีลหมั่นทำความดีก็จะสามารถกลับมาเกิดเป็นคนได้จึงได้แปลงร่างกลายเป็นคนมาขอบวชเป็นพระ

ซึ่งบรรดาพระภิกษุทั้งหลายต่างก็ยินยอมบวชให้ เมื่อบวชแล้ว พญานาคตนนั้นก็ไปอาศัยอยู่กุฎิที่ลึกที่สุด แต่ต้องอาศัยอยู่กับพระสงฆ์อีกรูปหนึ่ง แต่ด้วยความที่พญานาคนั้นกลัวว่าตัวเองจะเผยร่างกายที่แท้จริงให้กับคนอื่นเห็น  จึงไม่เคยนอนหลับเวลาที่อยู่กับพระสงฆ์อีกรูปเลย แต่อยู่มาวันหนึ่ง เมื่อพระสงฆ์องค์นั้นออกไปทำธุระข้างนอก พญานาคจึงได้นอนหลับ

แต่ปรากฏว่าพอหลับแล้วร่างกายที่แท้จริงของพญานาคก็แสดงออกมา เพราะจากร่างที่เคยเป็นพระสงฆ์ก็กลายเป็นพญานาคนอนหลับอยู่ และเมื่อพระสงฆ์อีกองค์กลับมายังกุฏิเปิดประตูมาเห็นพญานาคนอนอยู่ก็ตกใจร้องเอะอะเสียงดังโวยวายไปทั่ววัด ทุกคนต่างก็พากันวิ่งมาดูว่ามีเหตุการณ์อะไรขึ้นทางด้านพญานาคเองก็ตกใจตื่นเช่นเดียวกัน กลายร่างกลับไปเป็นพระภิกษุสงฆ์อีกครั้ง แต่ก็ไม่ทันการณ์เสียแล้วเพราะมีคนเห็นร่างจริงกันหมดแล้ว พญานาคจึงได้ยอมรับว่าตนเองนั้นแปลงร่างมาเป็นคนเพราะต้องการบวชเป็นพระ

เพราะอยากจะให้ผลบุญนั้นส่งผลให้ชาติหน้านั้นเกิดเป็นคนได้เพราะไม่อยากเป็นพญานาค ด้วยความกลัว พระภิกษุทั้งหลายจึงพากันไปหาพระพุทธเจ้าเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้พระพุทธเจ้าฟัง และให้ช่วยตัดสิน พระพุทธเจ้าจึงได้บอกกับพญานาคว่า ตัวพญานาคนั้นไม่สามารถบวชได้เพราะเป็นสัตว์เดรัจฉาน

และถึงแม้จะบวชไปแล้วก็ไม่สามารถส่งผลให้เกิดเป็นคนในชาติต่อไปได้ แต่หากพญานาคอยากเกิดเป็นมนุษย์พระพุทธเจ้าแนะนำให้พญานาคใช้วิธีการถือศีลแทน ซึ่งศีลที่พญานาคถือนั้นให้ถือเป็นศีลแปด  และให้เน้นการปฎิบัติธรรมดีในวันที่ 8 ,  14 และ15 

โดยผลของการถือศีลนี้เองจะส่งผลให้พญานาคไปเกิดในภพภูมิใหม่แล้วได้เป็นคนอยากที่ใจต้องการนั่นเอง เมื่อพญานาคได้ยินดังนั้นก็เสียใจมาก จึงได้หนีหายไปนับแต่นั้นมา จึงมีการทำพิธีการบวชนาค ก่อนที่จะมีการบวชพระสงฆ์เพื่อเป็นการระลึกถึงพญานาคนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย   sa gaming บาคาร่า

ตำนานงูน้ำไม่มีพิษ

        เรื่องเล่านี้เป็นตำนานที่คนรุ่นปู่รุ่นย่า อาจจะมีการแต่งขึ้นมาเพื่อให้ลูกค้าได้ฟังเพลินเพลิน ซึ่งอาจจะไม่ใช่เรื่องนี้ เพราะในเรื่องของตำนานก็คือเรื่องเล่าที่อาจจะมีเกิดขึ้นจริงหรือไม่เกิดขึ้นจริงก็ได้ ซึ่งเรื่องเล่านี้เป็นการเล่าเรื่องว่าเหตุใดสัตว์บางตัวถึงมีพิษร้ายแรง

แต่ในขณะเดียวกันสัตว์บางตัวกลับไม่มีพิษ อย่างเช่นงู  เราจะเห็นได้ว่างูนั้นเป็นสัตว์มีพิษ แต่งูแต่ละชนิดกลับมีพิษที่ร้ายแรงไม่เท่ากัน เพราะงูจงอางจะมีพิษร้ายแรงที่สุด ถัดลงมาก็เป็นงูเห่า ในขณะที่งูน้ำก็เป็นงูเหมือนกันแต่กลับไม่มีพิษเลย หรืองูเขียวที่มีพิษเพียงเล็กน้อยเท่านั้น วันนี้เราจะมาสืบค้นหาตำนานเกี่ยวกับพิษของงูกันค่ะ

      โดยเริ่มจากในสมัยในอดีตเมื่อหลายพันปีมาแล้ว ในสมัยนั้นงูทุกตัวเป็นสัตว์ที่มีพิษกันหมดไม่เว้นแม้แต่งูน้ำก็ตาม ซึ่งงูน้ำนั้นถือได้ว่าเป็นสัตว์ที่มีพิษร้ายแรงมาก ถึงขนาดที่ว่าแค่กัดถูกนิดหน่อยก็ทำให้คนตายได้แล้ว อยู่มาวันหนึ่งงูน้ำได้ไปเจอกับชายคนหนึ่งเขามีชื่อว่า  นายอ้าย  เขาเป็นชาวบ้านที่มาหว่านแห หาปลา

ซึ่งขณะนั้นงูน้ำอยู่ใกล้กับชายคนดังกล่าวพอดี  งูน้ำจึงได้ทำการกัดชายคนดังกล่าวไป ซึ่งมันมั่นใจมากว่าชายคนนั้นจะต้องตายอย่างแน่นอน แต่เกิดความผิดพลาดตรงที่งูน้ำชกไปนั้น จังหวะนั้นมันไปฉกโดยอย่างอื่นไม่ใช่ขาของนายอ้าย แต่งูน้ำไม่รู้ตัวกลับคิดว่าตนเองนั้นฉกโดนนายอ้ายแน่แน่

  แต่พอเห็นว่านายอ้าย ไม่เป็นอันตรายจากพิษของตนมันก็ประหลาดใจ ซึ่งเรื่องข่าวที่นายอ้ายถูกงูน้ำกัดแล้วไม่ตายนั้นกลายเป็นข่าวที่มีการลือต่อต่อกันมาจนโด่งดังไปทั่ว ด้วยความอับอาย และคิดว่าพิษของตัวเองคงหมดแล้วไม่สามารถทำอันตรายใครได้แล้วงูน้ำจึงไปคายพิษทิ้งที่ต้นหมามุ่ย

  เมื่อสัตว์ตัวอื่นอื่นรู้ว่างูน้ำคายพิษทิ้งต่างก็พากันมากินพิษของงูน้ำซึ่งงูจงอางกลายเป็นงูที่ได้รับพิษของงูน้ำมากที่สุดรองลงมาก็คืองูเห่า ทำให้ปัจจุบันนี้เราจะเห็นได้ว่างูจงอางนั้นกลายเป็นงูที่มีพิษร้ายแรงมากที่สุดในตอนนี้ และตามมาด้วยงูจงอางนั่นเอง

ส่วนสัตว์ชนิดอื่นอื่นก็มีพิษเล็กน้อยแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับว่าใครได้กินพิษของงูน้ำเข้าไปมากแค่ไหนนั่นเอง และเมื่อสัตว์มากินพิษงูน้ำกันหมดทำให้หมามุ่ยนั้นเหลือพิษของงูน้ำเล็กน้อยเท่านั้นทำให้ปัจจุบันหากใครไปโดนหมามุ่ยก็จะมีอาการแพ้ แสบคันนั่นเอง ส่วนเจ้าของพิษอย่างงูน้ำเมื่อคายพิษออกหมดแล้ว ทำให้ปัจจุบันมันเลยกลายเป็นงูที่ไม่มีพิษนั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย  วิธีเล่นบาคาร่าออนไลน์

ผลไม้ที่ช่วยในเรื่องของภูมิแพ้  และยังช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน

   โรคภูมิแพ้ที่เรานั้นเป็นส่วนใหญ่นั้นจะเกิดจากที่บ้านของเองเพราะว่าบ้านของเรานั้นอาจจะมีฝุ่น  เช่นแมลง   ขนสัตว์  เมื่อตัวเราเองนั้นมีอาการที่จามติดต่อกันหลายๆครั้ง   และเราก็เริ่มที่จะรู้สึกว่าเรามีอาการเคืองที่ตา  คัดจมูกนั้นเป็นอาการของคนที่เป็นภูมิแพ้  ดังนั้นเราจะบอกวิธีการกินผลไม้ที่มีวิตามินซีที่สูงที่จะช่วยในเรื่องชองภูมิแพ้นั้นได้ว่ามีอะไรบ้างนั้นเราไปดูกัน  

  • โทงเทงฝรั่ง  โทงเทฝรั่งนั้นมีวิตามินซีที่สูงมากเพราะว่าเมื่อเรานั้นได้เปรียบเทียบกับผลไม้ชนิดอื่นๆนั้นโทงเทงมีวิตามินซีที่สูงจะช่วยในเรื่องของอาการที่เป็นหวัด  หรือว่าภูมิแพ้  และก็ยังช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานโรคต่างๆ  ให้แก่ร่างกายนั้นอีกด้วย   
  • สับประรด  ทีมีสาวๆหลายคนนั้นชื่นชอบในรสชาติของสับประรดนั้นเพราะว่ามีรสชาติที่อมเปรี้ยวอมหวาน  และก็เต็มไปด้วยวิตามินซี  ที่จะช่วยในเรื่องของภูมิคุ้มกันของร่างกายที่แข็งแรง   และยังช่วยรักษาอาการหวัดนั้นได้อีกด้วย  ใครที่ชื่นชอบกินสับประรดนั้นบอกเลยว่าดีอย่างแน่นอน  
  • สตรอว์เบอร์รี่  ที่เรานั้นรู้จักแบละก็เป็นที่ชื่นชอบกับหลายๆคนเพราะว่าลูกนั้นสีแดงสดใส  และน่ากินอย่างมาก   ในสตรอว์เบอร์รี่  100 กรัม มีวิตามินซี 58 มิลลิกรัม  ดังนั้นในสตรอว์เบอร์รี่จึงช่วยในเรื่องของภูมิคุ้มกันของร่างกาย  และยังช่วยป้องกันหวัด  และภูมิแพ้นั้นอีกด้วย  
  • กีวี  ลูกกีวีสีเขียว  ภายนอกนั้นอาจจะดูไม่หน้ากินแต่เรานั้นเชื่อว่าหลายคนนั้นต้องเคยที่จะลิ้มรสชาติของมันแล้ว  ในกีวีนั้นก็ช่วยในเรื่องของการที่เรานั้นแพ้ภูมิคุ้มกันได้  และยังช่วยในเรื่องของการส่งเสริมภูมิคุ้มกันของเรานั้นให้แข็งแรงอีกด้วย  
  • แอปเปิ้ล   แอปเปิ้ลที่เรานั้นรู้จักนั้นมีวิตามินซีแล้วในแอปเปิ้ลยังช่วยในเรื่องของการป้องกันโรคหวัดนั้นได้อีกด้วย  ไม่ว่าจะเป็นโรคภูมิแพ้  หรือว่าจะเป็นเลือดออกตามไรฟัน  และก็ยังช่วยในเรื่องการเสริมสร้างภูมิต้านทานในโรคต่างอีกด้วย  
  •  ลิ้นจี่ เรานั้นเชื่อว่าต้องมีหลายๆคนที่ไม่รู้ว่าลิ้นจี่  ต่ว่าลิ้นจี่นั้นเป็นผลไม้ที่มีวิตามินเพียงแค่เรานั้นทานวันละ  3 ลูกนั้นก็เพียงพอแก่ร่างกายที่เรานั้นต้องการแล้วในลิ้นจี่นั้นมีวิตามินซี  และยังช่วยเสริมภูมิคุ้มกันของเรานั้นให้แข็งแรงนั้นอีกด้วย  
  • ฝรัง   ฝรั่งนั้นมีหลายพันธุ์ให้เรานั้นเลือกแต่ว่าวันนี้เรานั้นจะอาเป็นฝรั่งที่เป็นสีชมพู  เพราะว่ามีวิตามินซีสูงถึงสามเท่า  จึงช่วยในเรื่องของการเองกันหวัด  ภูมิแพ้   และยังช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกายนั้นอีกด้วย  และยังช่วยในเรื่องของเลือดที่ออกตามไรฟันอีก  

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ทางเข้า Ufabet168

นักรบรับจ้าง

  ในเวลานั้นยูเครนกำลังวุ่นวายจากการประท้วงระหว่างประชาชนชาวยูเครนภาคตะวันตกที่ต้องการให้รัฐบาล ลงนามเป็นพันธมิตรทางการค้ากับสาภาพยุโรปขณะที่คนภาคตะวันออกนั้นรวมตัวกันต่อต้านเพราะต้องการให้รัฐบาลเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดกับประเทศรัสเซียซึ่งถือเป็นประเทศแม่มากกว่า ความขัดแย้งดังกล่าวบานปลายไปสู่การเผชิญหน้าทำให้ประชาชนที่อยู่ในกรุงเคียฟลุกฮือขึ้นมายึดอำนาจจากรัฐบาลกลางพร้อมทั้งขับไล่ประธานาธิบดี วิคเตอร์ ยานูโควิช

ซึ่งมีพื้นเพมาจากภาคตะวันออกของประเทศให้ผลจากตำแหน่งเพื่อที่จะจัดตั้งรัฐบาลนิยมสาภาพยุโรปขึ้นมาแทนด้วยเหตุนี้ประชาชนที่อาศัยอยู่ทางภาคตะวันออกของยูเครนหลายเมืองจึงได้ก่อการประท้วงเพื่อแยกตัวเป็นเอกราชและขับไล่คนของรัฐบาลยูเครนออกไปจากดินแดนของตนเอง

แต่สิ่งที่เป็นผลกระทบอย่างมากคือกำลังทหารบางส่วนโดยเฉพาะทหารพลร่มได้แปลพักไปสวามิภักดิ์กับกลุ่มแบ่งแยกดินแดนเป็นการแสดงตัวเด่นชัดว่าไม่เอารัฐบาล รัฐบาลใหม่นิยมตะวันตกจึงต้องส่งกองกำลังเข้าปราบปรามกลุ่มแบ่งแยกดินแดนแต่ก็ประสบปัญหาเนื่องจากหาอีกหลายหน่วยทยอยกันยอมสวามิภักดิ์กับฝ่ายตรงข้ามเพราะไม่พอใจที่รัฐบาลปล่อยให้กลุ่มชาตินิยมจัดตั้งกองกำลังพิทักษ์รัฐขึ้นมาทำหน้าที่รักษาความมั่นคง 

       เมื่อสถานการณ์เข้าขายว่ายูเครนกลายเป็นรัฐล้มเหลวองการสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือซึ่งมีสหรัฐอเมริกาเป็นผู้นำจึงได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือรัฐบาลใหม่ของยูเครนด้วยกันมอบหมายให้ ซีไอเอจัดตั้งกองกำลังทหารรับจ้างเพื่อเข้าไปช่วยทางทหารยูเครนปราบปรามกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในภาคตะวันออกของยูเครน.พฤติกรรม

ดังกล่าวเป็นสิ่งที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในหลายประเทศแม้กระทั่งในประเทศลาว สมัยสงครามเวียดนาม ซีไอเอก็เคยจัดตั้งทหารเสือผ่านจากฝั่งไทยข้ามไปรบในลาวจนทหารเสือชาวไทยจำนวนมากต้องเอาชีวิตไปทิ้งที่นั่น ส่วนในยูเครนยุคปี 2004 เองก็ทำแบบเดิม

แต่เพื่อเป็นการป้องกันเรื่องอื้อฉาว ซีไอเอจึงได้ว่าจ้างบริษัทเกรย์สโตนให้จัดหาคอนแทร็คเตอร์มาทำหน้าที่ดังกล่าวแทนโดยให้บริษัทเกรย์สโตนส่งคนของตนเองเข้าไปโดยตรงพร้อมกับอ้างว่าเป็นการช่วยเหลือจากรัฐบาลยูเครนการรักษาความสงบพื้นที่ภาคตะวันออก

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  สมัคร Sagame ฟรี

ความเชื่อของคนโบราณเกี่ยวกับคนท้อง

ห้ามหญิงตั้งครรภ์ไปร่วมงานศพ   คนโบราณมีความเชื่อว่าหากหญิงตั้งครรภ์ร่วมงานศพจะทำให้เด็กในครรภ์หายไปเนื่องจากเผาศพเสร็จวิญญาณของศพยังไม่ไปไหนและยังคงวนเวียนอยู่ที่นั่นสักพักและเมื่อเห็นคนที่กำลังตั้งครรภ์ก็จะหลอกล่อเด็กที่อยู่ในครรภ์ของหญิงสาวคนนั้นให้ไปเล่นและอยู่กับตนซึ่งจากที่เด็กในครรภ์ก็คงจะยังเล็กบางทีก็อาจจะตอบตกลงและเผลอไปด้วยหรือก็คือการลักพาตัวเด็กไปจากแม่นั่นเองดังนั้นก็จะทำให้เด็กในครรภ์หายไปและเชื่อว่าใครใครก็ต้องอยากมีหลายกันทั้งนั้นและค่ะ

ดังนั้นก็คงไม่อยากที่จะให้เด็กในท้องหายไปแต่ความเชื่อนี้จริงๆแล้วก็มีเหตุผลซึ่งเหตุผลที่ว่าก็คือที่รักไม่อยากให้จิตใจของผู้ตั้งครรภ์เสียใจและไม่อยากให้จิตใจคิดสยดสยองกับภาพที่ตัวเองเห็นในงานศพดังนั้นคนโบราณและผู้หลักผู้ใหญ่จึงได้ตั้งความเชื่อนี้ขึ้นมาก็คือความเชื่อที่ห้ามหญิงตั้งครรภ์ไปร่วมงานศพกันทั้งนั้นค่ะ

คนโบราณยังได้กล่าวไว้ว่าหญิงที่ตั้งครรภ์นั้นแพ้กลิ่นธูปดังนั้นหญิงที่ตั้งครรภ์จึงถูกห้ามไม่ให้ร่วมงานศพใดๆทั้งสิ้นสมมุติว่าถ้าเกิดว่ามีเหตุจำเป็นที่ตั้งครรภ์จะต้องไปร่วมงานศพจริงๆก็สามารถไปได้แต่จะต้องนำเข็มกลัดใส่ไว้พี่กระโปรงหรือกางเกงของตัวเองหลังจากนั้นให้ทำใจให้ผ่อนคลายไม่ต้องคิดมากและควรที่จะรีบกลับบ้านไม่ต้องนั่งรอจนพระสวดจบเพราะไม่งั้นอาจจะทำให้ลูกในครรภ์หายไปได้ สำหรับอีกหนึ่งความเชื่อที่นิยมในแพร่หลายในว่าจะเป็นยุคก่อนและยุคปัจจุบันแต่ส่วนใหญ่จะใช้กิ่งและใบไม้ของทับทิม

และหลังจากนั้นนำไปจุ่มน้ำและนำมาสะบัดและล้างหน้าให้นางด้วยนะอีกรอบนึงสำหรับความเชื่อการใช้กิ่งของทับทิมนั้นกระเพราวาดคนส่วนใหญ่คิดว่าถ้าเกิดว่าใช้ทับทิมนั้นก็จะสามารถไล่สิ่งชั่วร้ายไปได้สมุดว่าถ้าวิญญาณตามเรามาที่บ้านการที่เราทำอย่างนี้ก็คือการไล่วิญญาณที่ออกไปจากชีวิตให้ไปอยู่คนละภพกับเราแล้วไม่ต่างเรามาได้ขึ้นไปด้านบนแล้วก็อย่ามาตามเราด้วย ซึ้งถ้าหลีกเลี่ยงได้ก็ควรหลีกเลี่ยงการเห็นภาพที่จะทำให้รู้สึกไม่ดี

และนี่คือความเชื่อเกี่ยวกับหญิงที่กำลังมีครรภ์สมมุติถ้าใครมีภรรยาที่กำลังมีครรภ์หรือตอนนี้กำลังมีครรภ์ควรที่จะอยู่บ้านไม่ไปร่วมงานอะไรพวกนี้นะคะ สำหรับการอ่านนิครั้งนี้ขอให้ใช้วิจารณญาณในการอ่านค่ะ 

 

ขอบคุณผู็ให้การสนับสนุนโดย  เว็บบาคาร่าที่คนเล่นเยอะที่สุด

แหนม หนึ่งในของกินเล่นแกล้มเหล้า

สำหรับผมแล้ว ตอนที่เคยกินครั้งแรกนั้น ก็ยังงงๆกับการนำแหนมมาเป็นอาหารที่กินเป็นกับแกล้มเหล้า ก่อนหน้านี้ก็เห็นหลายต่อหลายร้านแล้วเช่นกัน แต่ถ้าไม่มีคนสั่ง ผมก็คงไม่คิดจะสั่งเอง เพราะว่านึกภาพไม่ออกว่ามีความเหมาะตรงไหน แถมด้วยที่ว่า แหนม มันมีหลายต่อหลายแบบ หลายต่อหลายประเภท เรียกได้ว่าเนื้ออะไรหมักเปรี้ยว

เล่นเรียกเป็นแหลมหมด หรือแม้กระทั้งไส้กรอกอีสาน สำหรับผมก็ถือว่าเป็นแหนมเหมือนกันนะ แต่เมื่อได้ลองแล้วนั้น ก็ทำให้เปิดโลกใบเบอเร่อเลยล่ะ เพราะคำว่าแหนมคำเดียว กลายเป็นเพิ่มประเภทอาหารที่เหมาะกับการเป็นกับแกล้มเหล้าอย่างมหาศาลเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น แหนมไส้กรอกอีสาน แหนมกระดูกอ่อน แหนมตุ้มจิ๋ว แหนมแท่ง แหนมย่าง แต่ละอย่างนั้นกลายเป็นกับแกล้มที่เข้ากับกับการดื่มเหล้าอย่างมากเลย

ในหลายๆเมนูแหนม คงสงสัยใช่ไหมว่า มันมีดีอะไร ถึงสามารถเป็นเมนูกับแกล้มเหล้าได้ไปซะทุกเมนูแบบนี้ ก็ต้องบอกเลยว่า มันไม่ได้เกี่ยวกับประเภทแหนมหรอก แต่ด้วยความเปรี้ยวของมันนั้น ทำให้เหมาะกับการดื่มกับเหล้ายังไงล่ะ ความเปรี้ยวในแหนมนั้นทำให้เกิดเป็นการเจริญอาหารทั้งกับตัวอาหารและเครื่องดืมเอง เหมือนอารมณ์เพิ่มความเปรี้ยวปากนั้นแหละ แล้วไอ้ความเปรี้ยวนี้ ไม่ส่งผลเสียต่อรสชาติของเครื่องดื่มอีกด้วย แค่นี้ก็เป็นคุณสมบัติที่เพียบพร้อมแล้วล่ะ

กลับมาเรื่องประเภทของแหนม เรื่องนี้กบอกเลยว่า ข้ามเรื่องรสชาติไปเลย เพราะมันแล้วแต่คนชอบจริงๆ อย่างบางคนชอบแหนมสุก บางคนชอบแหนมดิบ อะไรทำนองนี้ แล้วประเภทแหนมที่จะพูดถึงคือ มันคือแหนมอะไรล่ะ อย่างตัวผมนั้นชอบ แหนมไส้กรอกอีสานมาก เพราะมันจิ้มมากินพอดีคำ ที่เป็นเม็ดๆอะนะ

แล้วก็ได้เทคเจอร์ของขาวที่อยู่ข้างในด้วย ชอบแหนมตุ้มจิ๋วที่ทานได้ง่ายเช่นกัน แต่ไม่ชอบแหนมกระดูกอ่อน ที่ต้องหยิบให้มือเปื้อน แต่ก็ขอบอกเลยว่า ถ้าเรื่องรสชาติ แหนมกระดูกอ่านนี่อร่อยสุดๆไปเลย เพียงแต่มันดูดจริงจังในการกินกับแกล้มเกินไป คงจะเรียกว่าไม่เหมาะกับการตั้งวงคุยกัน เพราะจะเอาแต่นั่งแทะกระดูกกันมากกว่า

แหนมนั้นเป็นของหาทานง่ายเลยล่ะ สามารถหาทานได้ทุกที่ทุกเวลา ในร้านสะดวกซื้อก็มีอยู่ตลอด แต่ถ้าเป็นแหนมย่างก็ต้องหากันหน่อย ไม่ทำเอง ก็ต้องไปตามร้านที่มีเมนูนี้โดยเฉพาะ อีกอย่างคิดว่ามันเป็นของทานเล่นที่มีต้นทุนสักหน่อย ใช่ว่าจะราคาถูกๆหรอกนะ เพราะฉะนั้นแล้วเก็บไว้เป็นตัวเลือกได้

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  Gclub ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

งานศิลปะบนกระดาษ

งานศิลปะสามารถแสดงออกมาได้หลากหลายช่องทาง และในศิลปะในปัจจุบันก็มีการเปิดกว้างอย่างมากทำให้ผู้ที่ชื่นชอบและรักในงานศิลปะนั้นแสดงความคิดสร้างสรรค์ออกมาได้อย่างไร้ขอบเขตและมีความแปลกใหม่อยู่เสมอ ถึงแม้งานศิลปะจะมีให้แสดงออกมากมายหลายช่องทาง

แต่สิ่งที่เป็นพื้นฐานและเป็นสิ่งแรกๆที่เกิดการสร้างสรรค์จากศิลปินและผู้ชื่อชอบในงานศิลปะนั้นก็คงจะเป็นศิลปะบนกระดาษนั่นเอง เพราะการสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่สามารถสร้างสรรค์ได้ง่าย และส่วนมากก็เป็นพื้นฐานที่เด็กไทยได้รับการเรียนการสอนศิลปะบนกระดาษตั้งแต่เริ่มต้นเรียนรู้ศิลปะนั่นเอง

งานศิลปะบนกระดานั้นแบ่งออกเป็นหลายๆประเภท ตามความคิดสร้างสรรค์ที่มีการสร้างสรรค์ขึ้นมา เช่นงานศิลปะบนกระดาษที่แสดงออกมาผ่านดินสอก็จะเรียกงานศิลปะประเภทนี้ว่าภาพวาดบนกระดาษนั่นเองซึ่งงานศิลปะประเภทนี้นั้นบางเผินๆอาจจะดูเป็นงานศิลปะแบบง่ายแต่ที่จริงแล้วนั้นกว่าจะสร้างสรรค์และวาดออกมาได้สวยงามนั้นก็จะต้องมีการฝึกฝนตัวผู้วาดเองก็จะต้องมีความอดทน

และมีความขยันในการสร้างสรรค์ผลงานด้วย โดยรูปวาดบนกระดาษนั้นจะเป็นงานศิลปะที่มีการใช้ดินสอหลายประเภทมีทั้งความเข้มความอ่อนของดินสอและความยากในการวาดงานศิลปะบนกระดาษด้วยดินสอนั้นก็คือ การไล่ระดับของสีดินสอและการเล่นเงาให้เกิดมิติในภาพและเกิดความสวยงามและน่าสนใจนั่นเอง

และต่อมาเป็นงานศิลปะบนกระดาที่สร้างสรรค์และรังสรรค์ผลงานผ่านสี และแน่นอนว่าสีนั้นก็มีหลากหลายประเภทให้เลือกใช้เช่นกัน การเลือกใช้สีนั้นก็แตกต่างไปตามความถนัดของแต่ละบุคคลหรือต่างไปตามความถนัดของตัวศิลปิน เอง การสร้างสรรค์งานศิลปะผ่านกระดาษด้วยสีเพื่อให้เกิดความสวยงามนั้นจึงถือเป็นงานศิลปะที่ค่อนข้างยากๆมากเลยทีเดียว เพราะสีมีหลากหลายสีการสร้างสรรค์จึงต้องมีการคำนึงถึงลักษณะที่สร้างสรรค์ออกมาให้สอดคล้องกับความจริงด้วย

แต่ยังคงความคิดสร้างสรรค์ที่มีความแปลกใหม่อยู่เสมอ ดังนั้นการสร้างสรรค์งานศิลปะบนกระดาษด้วยสีนั้นจึ้งเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญกับตัวสีอย่างมาก และตัวศิลปินและผู้ที่รักในงานศิลปะบนกระดาษที่สร้างสรรค์จากสีนั้นจะต้องมีการใช้เทคนิคและลูกเล่นต่างๆเพื่อให้งานศิลปะของตนเองนั้นออกมาสวยงามและมีความคิดที่แตกต่างน่าสนใจด้วย นอกจากการร้างสรรค์งานศิลปะบนกระดาษด้วยดินสอและสีต่างๆนั้นก็ยังมีการสร้างสรรค์ต่างๆอีกมากมาย ที่น่าสนใจ

การสร้างสรรค์นั้นไม่ว่าจะเป็นการสร้างสรรค์ด้วยวิธีหรือด้วยอุปกรณ์ใดถ้าหากมีความคิดสร้างสรรค์ที่แปลกใหม่และไม่ซ้ำใครแล้วนั้นงานศิลปะจากสิ่งใดๆก็ถือว่าเป็นสิ่งที่สวยงามและน่าสนใจอย่างมากสิ่งหนึ่ง 

 

สนับสนุนโดย   สมัคร Gclub

ประวัติของตี๋ใหญ่

ตี๋ใหญ่เป็นโจรในตำนานที่มีการเล่าขานบอกต่อกันมา และเป็นโจรที่ทำให้บรรดาตำรวจปวดหัวมากที่สุด เพราะในการที่จะกุมตี๋ใหญ่ได้นั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย จนถึงขนาดทางการได้ตั้งค่าหัวไว้ 50000 บาทในสมัยนั้น เป็นจำนวนเงินที่ไม่ใช่น้อยเลย ค่าหัวของตี๋ใหญ่ และเมื่อถึงวันที่เค้าจบชีวิตลง ชื่อของเค้าก็ยังเป็นตำนานให้คนรุ่นหลังได้รู้จักเรื่องราวของตี๋ใหญ่ และได้มีคนนำมาสร้างเป็นละครและภาพยนตร์ อาจจะแต่งเติมไปบ้างเพื่อให้คนดูสนุกสนานมากขึ้น

ประวัติของตี๋ใหญ่

ชื่อเดิมของตี๋ใหญ่ คือชื่อ ประเสริฐ ช่างเขียน มีพี่น้องทั้งหมด6คน เกิดเป็นลูกชาวจีนและตี๋ใหญ่เป็นพี่คนโต พ่อของตี๋ใหญ่เคยเป็นอั้งยี่มาก่อนตอนที่อยู่เมืองจีน และได้หนีอพยพครอบครัวมาที่ไทย และได้มาอยู่ที่อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี ได้มีอาชีพทำสวนปลูกผักผลไม้เป็นการสร้างรายได้ให้แก่ครอบครัว ในวัยเด็กนั้นตี๋ใหญ่เป็นคนขยัน เชื่อฟังพ่อแม่ และเป็นเด็กฉลาด เป็นคนมีไหวพริบดี แต่เพราะความที่บ้านยากจนมากตี๋ใหญ่จึงต้องออกจากโรงเรียนเพียงเรียนได้แค่ ป.4 เพื่อที่จะให้น้องๆได้เรียนต่อ

ส่วนตี๋ใหญ่ก็มาช่วยพ่อแม่ ทำสวนเก็บผักผลไม้ขายและชาวบ้านแถวดำเนินสะดวกนั้นจะชอบว่ายน้ำกันตั้งแต่เด็ก และตี๋ใหญ่ก็ว่ายน้ำเก่งและชอบเอาก้านบัวมาตัดเป็นหลอดใส่ปากไว้หายใจเมื่อเวลาดำน้ำลงไปและก็ได้ใช้วิธีนี้ในการหลบหนีตำรวจอีกวิธีหนึ่งเหมือนกัน แต่นิสัยจริงๆของตี๋ใหญ่เป็นคนขี้อาย และเมื่อโตเป็นหนุ่มก็ได้เข้ามาใช้ชีวิตในกรุงเทพ และเมื่อเสร็จจากงานตอนกลางวันก็จะออกเที่ยวในยามค่ำคืนในสมัยนั้นมีซ่องโสเพณี เป็นประจำและได้ไปมีเรื่องกับเจ้าถิ่นโดนรุมทำร้ายเจ็บหนัก

และหลังจากเค้าได้รักษาแผลหายแล้วก็ได้ตั้งกลุ่มเพื่อนฝูงออกมาล้างแค้น จนกระทั่งชื่อเสียงในทางไม่ดีของตี๋ใหญ่ก็โด่งดังขึ้นมาเรื่อยๆ และตี๋หใญ่ได้ไปซื้อปืนมาหัดยิงจนเกิดความชำนาญและได้คิดการใหญ่ที่จะโคนล้มคนมีอำนาจมากกว่าแต่ก้อไม่มีเงินจึงต้องไปเป็นลูกวัดที่จังหวัดสมุทรสาครเป็นการชั่วคราว และเมื่อตี๋ใหญ่รวบรวมกำลังคนและของครบจึงได้ทำการปล้นครั้งแรกได้เงินไปหลายแสนบาท แต่ก็ไม่ได้ทำร้ายเจ้าของบ้านและตี๋ใหญ่ก้อได้ทำการปล้นอีกนับครั้งไม่ถ้วน

จนทางการต้องตั้งค่าหัว และวันหนึ่งตี๋ใหญ่ได้โดนตำรวจไล่ล่าอยู่นั้น ตี๋ใหญ่กับลูกน้องสามคนได้ขับรถกระบะไปเจอกับเจ้าหน้าที่และตี๋ใหญ่ได้ถูกเจ้าหน้าที่ยิงเสียชีวิตแต่ลูกน้องหนีไปได้ และบางคนได้ออกมาสันนิฐานว่าตี๋ใหญ่อาจจะโดนลูกน้องรอบฆ่าก็เป็นไปได้เพราะทางการต้องการแต่ตัวของตี๋ใหญ่ ถ้าตี๋ใหญ่ตายพวกเค้าก็รอด จึงได้เกิดมีการหักหลังกันเกิดขึ้น

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เล่นบาคาร่าออนไลน์ฟรี