ดงละครเมืองโบราณนครนายก

แว่วเสียงของมโหรีปี่พาทย์ จากเมืองลับแลที่ดงละคร จังหวัดนครนายก 

ความมืดทึบของต้นไม้ที่มีจำนวนมากที่เรียกว่าเมืองโบราณดงละคร ในพื้นที่ของจังหวัดนครนายกได้สร้างความน่าสะพรึงให้กับผู้คนที่ด้พบเห็นเป็นอย่างมาก ซึ่งในสมัยก่อนนั้นก็มากไปด้วยของความเชื่อและในคำบอกเล่าว่าในสถานที่แห่งนี้เป้นที่ตั้งของเมืองลับแลเสียงดนตรีปี่พาทย์ที่บรรเลงแว่วมากับสายลมในสำหรับคืนวันพระจึงได้ทำให้ขนลุกไปตามๆกันเพราะเชื่อว่ากันเสียงของดนตรีปริศนาที่ดังมาจากเมืองลับแลถึงแม้ในปัจจุบันกลิ่นอายของเมืองลับแลดงละครก็ยังมีกลิ่นคุงเต็มไปหมดอาถรรพ์ความศักดิ์สิทธิ์ของดินแดนเมืองลับแล

ก็ยังคงก้องอยู่ในความรู้สึกสำหรับใครที่ได้เข้าสัมผัสก็จะรู้สึกได้ว่าสถานที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นพื้นที่ธรรมดาแน่ๆสำหรับเมืองโบราณดงละครซึ่งได้เป็นอีกหนึ่งแห่งที่ได้ร่ําลือกันว่าได้มีเมืองลับแลซ่อนอยู่และได้กล่าวกันว่าสำหรับในวันพระเมืองในยามโพล้เพล้ผู้คนนั้นมักจะได้ยินเสียงผู้คนทั้งผู้หญิงและผู้ชายและเด็กเล็กนั้นได้คุยกันและบางคืนก้จะเป้นเสียงของเครื่องดนตรีไทยของ มโหรี ปี่พาทย์ หรือได้กลิ่นดอกไม้หอมอบอวลออกมาจากข้างในป่ามีความเชื่อกันว่าต้องเป็นของคนชาวเมืองลับแลแน่ๆ ที่พวกเขากำลังจะเก็บดอกไม้นำมาบูชาพระนั่นเองเพราะเชื่อกันว่าในทุกๆวันพระนั้นประตูมิติที่เชื้อมกันระหว่างโลกมนุษย์และของเมืองลับแลจะถูกเปิดออก

ซึ่งจะทำให้มนุษย์นั้นอาจจะได้ยินเสียงบางอย่าหรือได้สัมผัสกับเสียงบางอย่างที่มีความลี้ลบเหล่านี้ได้  ซึ่งชาวบ้านในละแวกนี้ได้มีความเชื่อกันมาแต่เดิมว่าบริเวณที่ดงละครนั้นได้เป็นที่ตั้งของเมืองลับแลที่มนุษย์นั้นไม่อาจสามารถที่จะมองเห็นได้ด้วยตาเนื้อลักษณะในการแต่งกายของคนชาวเมืองลับแลนั้นจะคล้ายกับของคนมนุษย์ในกานทำไร้ไถนาหรือเลี้ยงสัตว์หรือทำหัตถกรรมต่างๆ สำหรับที่มาที่ไปของชื่อดงละครก็ได้มาจากตำนานพื้นบ้านที่ได้เล่าขานกันมาว่าในคืนวันเพ็ญชาวบ้านในแถวนั้นมักจะได้ยินเสียงของปี่พาทย์แว่วดังมาตามป่ามาเรื่อยๆ

แต่ก็ไม่สามารถหาสาเหตุของต้นตอมาได้ว่าเสียงนั้นมันดังมากจากที่ใดทำให้ชาวบ้านขานนามว่าดงละคร คือ ดงที่มีเสียงละครนั่นเอง ตามความเชื่อของชาวบ้านถือได้ว่าเป็นสถานที่ที่น่าสนใจ และทำให้เรื่องราวโด่งดังจนมีการเล่าขานโดยปากต่อปากเป็นเวลายาวนานมาจนถึงทุกวันนี้

 

ขอบคุณ วิธีเล่นบาคาร่าให้ได้เงิน ผู้ให้การสนับสนุนเรื่องราว

เรื่องเหล้าเมืองลับแล

คุณรู้หรือไม่ว่าในประเทศไทยเรานั้นก็มีเมืองลับแลจากเรื่องเหล่าสมัยแต่ก่อนให้เรานั้นได้ฟังและได้ศึกษาหาความรู้กันซึ่งจริงๆแล้วก็ยังไม่มีใครรู้เรื่องราวที่เกี่ยวกับเมืองลับแลมากนักซึ่งเมืองลับแลนั้นมีเรื่องราวลึกลับมากมายที่เราไม่รู้และเราเองก็ยังไม่รู้อีกว่าเมืองลับแลแต่ละที่นั้นมีอยู่ที่ไหนบ้างและมีอยู่ในจังหวัดอะไร

วันนี้เรามีเรื่องราวเมืองลับแลมาบอกกล่าวให้ฟังกัน

เมืองลับแลเขาวังสะดึง ในพื้นที่ ต.เขาแร้ง อ.เมือง จ.ราชบุรี

เดิมทีที่เขาวังสะดึงทางด้านทิศตะวันออกจะมีปากถ้ำและซึ่งในปัจจุบันจะมีแผ่นหินแผ่นใหญ่มากที่คอยเปิดด้านปากถ้ำอยู่ด้สนหน้าและผู้คนนั้นก็ไม่สามารถที่จะพยายามเข้าไปในถ้ำได้ในแนะที่แห่งนั้นจึงได้มีประวัติได้เหล่าต่อๆกันมาว่าซึ่งเป็นที่อาศัยสำหรับของชาวเมืองลับแลซึ่งชาวเมืองลับแลจะมีรูปร่างสันทัดคล้ายเมืองอย่างกับคนไทยโดยทั่วไปซึ่งในการแต่งกายนั้นก็เหมือนกับคนไทยในสมัยยุคโบราณและจะมีภาษาในการพูดนั้นที่แตกต่างไปจากคนไทยในส่วนของชาวบ้านนั้นที่พักอาศัยอยู่แถวบริเวณไกล้ๆถ้ำเขาเหล่าว่าเขามักจะได้ยินเสียงดนตรีไทยประเภคของวงปี่พาทย์

ได้ดังแผ่วๆของมาจากข้านในถ้ำลับแลแต่ก็ไม่สามารถหาแหล่งที่เสียงนั้นดังออกมาได้ซึ่งคนเฒ่าคนแก่ก็ได้เหล่าถึงเรื่องเมืองลับแลต่อกันมาว่าซึ่งในสมัยก่อนเราจะเห็นคนในเมืองลับแลก็ต่อเมื่อช่วงเวลาไกล้ๆค่ำและในชาวเมือลับแลจะออกมาอานน้ำที่อยู่ในสระน้ำที่อยู่ด้านหน้าของเขาวังสะดึงหรือที่เรียกว่าสระพังสำหรับภายในถ้ำนั้นก่อนที่ถูกปิดชาวเมืองลับแลจะวางข้าวของเครื่องใช้ต่างๆเอาไว้ทุกอย่างโดยเฉพาะพวกถ้วยจานเครื่องครัวต่างๆเมื่อชาวไทยในเขตพื้นนั้น

ได้มีงานมงคลชาวบ้านนั้นก็จะขอเข้ามายืมถ้วยจานเครื่องครัวเพื่อจะนำมาใช้หลังจากนั้นเมื่อเสร็จงานมงคลแล้วก็จะนำมาคืนแต่แล้วซึ่งมาในตอนภายหลังเมื่อชาวบ้านนั้นเมื่อได้ยืมเอาไปใช้แล้วและไม่นำกลับมาคืนจึงทำให้คนในเมืองลับแลเกิดอาการความเบื่อหน่ายที่ไม่ยอมเอาเครื่องครัวถ้วยจานนั้นมาคืนคนในเมืองลับแลก็จึงได้นำหินนั้นเอามาปิดด้านหน้าของถ้ำเขาวังสะดึงจากนั้นก็ไม่ออกมาติดต่อกลับภายนอกอีกเลย

เรื่องที่น่าสนใจไม่ใช่แค่เมืองลับแลเพียงเท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องราวอื่นๆที่น่าสนใจอยู่อีกมากมาย

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  วิธีเล่นบาคาร่าให้รวย

วัฒนธรรมและประเพณีของคนอีสาน

   ปฏิเสธไม่ได้ว่าวัฒนธรรมประเพณี คือสิ่งดีงามที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ ถือเป็นแนวปฏิบัติในการอยู่ร่วมกันในสังคม และช่วยจัดระเบียบความมีวินัยของบุคคล เป็นกรอบในการดำเนินชีวิตในแต่ละชุมชนหรือหมู่บ้านเพื่อให้มีความเหมาะสมกับวิถีชีวิตและบริบทของแต่ละแห่งชุมชนนั้นๆ

วัฒนธรรมและประเพณีของคนอีสานที่เห็นได้ชัดและเป็นเอกลักษณ์คือ 
  1. การใช้ภาษา ที่มีภาษาท้องถิ่นคือภาษาอีสาน ซึ่งรายละเอียดของการใช้คำหรือสำเนียงการออกเสียงอาจมีความแตกต่างกันบ้างในแต่ละพื้นที่ การมีภาษาพูดที่มีลักษณะเฉพาะตน 
  2. เพลงพื้นบ้าน ได้แก่ เพลงหมอลำ เพลงลูกทุ่ง การร้องสรภัญญะ เพลงกล่อมลูก เพลงกันตรึมของชาวอีสานใต้ โดยเนื้อหาในบทเพลงจะมีการสอดแทรกวิถีชีวิต ขนบธรรมเนียม ประเพณี และความเป็นอยู่ของคนในภาคอีสาน รวมทั้งมีการสอดแทรกคติ คุณธรรมหรือแม้แต่เรื่องของศาสนาพุทธที่เปรียบเสมือนเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวไทย
  3. การฟ้อนรำ ซึ่งจะมีความแตกต่างในแต่ละท้องที่ ตามบริบทและความเชื่อของชุมชนนั้น ได้แก่ การรำผีฟ้า การฟ้อนภูไท การเซิ้งบั้งไฟ การเซิ้งกระติ๊บ การลำโปงลาง การรำฟ้อนแคน เป็นต้น
  4. พิธีกรรม ได้แก่ พิธีกรรมการบายศรีสู่ขวัญในงานพิธีมงคลต่างๆ เช่น งานแต่ง งานบวช ซึ่งได้รับเอาความเชื่อจากศาสนาพราหมณ์เข้ามาเกี่ยวข้อง โดยเห็นได้จากการมีหมอพราหมณ์ในการทำพิธีกรรมเหล่านี้  พิธีกรรมไหว้ศาลปู่ตา ที่มีความเชื่อว่าคอยปกป้องดูแลลูกหลานและความเป็นอยู่ของคนในชุมชนนั้น หรือแม้กระทั้งการบูชาพญาแถน ในช่วงเดือนพฤษภาคม ซี่งเป็นฤดูกาลทำนาของชาวอีสาน โดยมีความเชื่อว่าหากบูชาด้วยบั้งไฟจะทำให้ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล 
  5. เครื่องดนตรีของคนอีสาน ส่วนมากจะประดิษฐ์เครื่องดนตรีที่ประยุกต์ใช้วัสดุอุปกรณ์ที่มีในท้องถิ่นนั้น เช่น แคน พิณ โปงลาง โหวด เป็นต้น ซึ่งลักษณะนิสัยของคนอีสานจะเป็นคนที่สนุกสนาน ชอบการละเล่น หรือ หากเป็นเพลงก็จะเป็นเพลงที่มีจังหวะสนุกสนาน
  6. เครื่องแต่งกาย คนอีสานจะเป็นคนเรียบง่าย ชอบความเป็นอิสระแต่ไม่ชอบยุ่งหรือสร้างความเดือดร้อนให้ใคร การแต่งกายก็เช่นกันจะเน้นความเรียบง่าย สบายๆ ให้เหมาะสมกับบริบทในท้องที่นั้น และให้เหมาะสมกับสภาพอากาศที่ร้อน การแต่งกายก็จะทำจากวัสดุที่มีในท้องถิ่นนั้น เช่น การทอผ้าไหม  การทำผ้าฝ้าย ผู้ชายก็จะเน้นนุ่งโสร่ง ผู้หญิงก็จะนุ่งผ้าซิ่น แต่ในปัจจุบันนี้การแต่งกายแบบนี้จะหาดูได้ยาก เพราะมีการเปลี่ยนไปตามยุคตามสมัย จะเป็นลักษณะสากลเพิ่มขึ้น 
  7. อาหาร เช่น ส้มตำที่หากินได้ง่ายและเป็นที่รู้จักทั่วโลก ลาบ ก้อย และที่ขาดไม่ได้คือ ข้าวเหนียวที่เป็นข้าวหลักของคนไทย 

ดังนั้นวัฒนธรรมประเพณีอิสานเป็นสิ่งที่ปฏิบัติสืบทอดต่อกันมาเป็นระยะเวลานาน การจะทำให้สิ่งเหล่านี้ลบเลือนไปคงเป็นไปได้ยาก เพราะวัฒนธรรมได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตของคนอีสานและคลอยู่มาจนถึงปัจจุบัน

 

สนับสนุนจาก  ทดลองเล่น gclub

ประเพณีและวัฒนธรรมของทางภาคเหนือที่เราควรรู้

ทางภาคเหนือหรือที่เราเรียกว่าล้านนาเราเชื่อเสมอว่าทางภาคเหนือเป็นดินแดนที่มีทางประเพณีและวัฒนธรรมที่สวยงามและเป็นที่น่าสนใจและนอกจากนั้นยังเป็นประเพณีที่ใครต่อใครต่างให้ความสนใจมากๆเลยประเพณีของทางภาคเหนือถือได้ว่าเป็นประเพณี ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์มนต์ขลังทำให้เป็นที่สนใจของผู้อื่นหรือผู้พบเห็นในพรรคต่างๆนั่นเอง

สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากเข้าไปสัมผัสกับประเพณีของทางภาคเหนืออันงดงามเราคิดว่าท่านคงต้องรีบไปแล้วแหละเพราะการได้ไปสัมผัสกับเรื่องราวและบรรยากาศของทางภาคเหนือถือได้ว่าหากได้ไปอาจจะติดใจและอยากกลับไปอีกครั้งอย่างแน่นอน

สำหรับบางคนหรือใครต่อใครก็ตามอาจสนใจเกี่ยวกับประวัติและเรื่องราวไม่ว่าจะเป็นเล็กๆในน้อยหรือเรื่องราวที่สืบทอดกันมาตั้งคำของโบราณวันนี้เราได้มาเสนอเรื่องราวประวัติของทางภาคเหนือให้ท่านที่สนใจได้อ่านเพื่อเป็นการศึกษาและ เพื่อเป็นการเดินทางท่องเที่ยวของทางภาคเหนือได้ยินถึงเรื่องประวัติและความเป็นมาของทางภาคเหนือบ้าง

อย่างที่ทราบกันดีว่าทางภาคเหนือที่เรารู้จักนั้นมักจะมีลักษณะเป็นภูมิประเทศที่มีลักษณะเป็นเขตภูเขาสลับเงินที่ราบและมีการสลับระหว่างภูเขาทำให้เรียกได้ว่าพื้นที่เหล่านั้นมีคนอาศัยอยู่สลับกันไปมาไม่น้อยเลยและผู้คนที่อาศัยอยู่นั้นเขาได้ กระทำการอยู่กระจายกันเป็นกลุ่มกลุ่มออกไปโดยสิ่งเหล่านี้เราจะได้ยินชื่อเรียกตามโบราณหรือคำบอกเล่าเหล่านั้นว่าวัฒนธรรมของล้านนา

เราจะเห็นได้ว่าทางภาคเหนือนั้นจะเป็นภูมิประเทศที่ค่อนข้างสลับกับแอ่งหุบเขา ดังนั้นอากาศจึงมีอากาศที่ค่อนข้างหนาวเย็นส่วนในฤดูร้อนก็จะมีอากาศที่ค่อนข้างร้อนสูงเนื่องจากทางภาคเหนือได้อยู่ห่างจากทะเลแต่ทว่าอยู่บนภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยต้นไม้ป่าไม้นานาพันธุ์ก่อให้เกิดแหล่งกำเนิดของแม่น้ำที่สำคัญในหลายสาย ได้แก่แม่น้ำปิง แม่น้ำวัง และแม่น้ำยม และอีกหนึ่งแห่งที่สำคัญไม่แพ้กันนั่นก็คือแม่น้ำน่าน

โดยพื้นที่เหล่านี้มีพื้นที่ขนาดกว้างเปรียบได้ว่ามีพื้นที่ใกล้เคียงกับประเทศของห้างการีมากที่สุดแต่นั่นก็หมายความว่าพื้นที่ของภาคเหนือนั้ล็กกว่า ประเทศเกาหลีใต้เพียงเล็กน้อย ภาคเหนือของเรามีทั้งหมด 17 จังหวัดโดยแบ่งเป็นภาคเหนือตอนบนและภาคเหนือตอนล่างซึ่งมีลักษณะคล้ายกันแต่ถ้าว่าภาคเหนือตอนบนนั้นมีอยู่เก้าจังหวัดด้วยกันซึ่งจังหวัดเหล่านั้นได้แก่

  • จังหวัดเชียงราย
  • จังหวัดเชียงใหม่
  • จังหวัดน่าน
  • จังหวัดพะเยา
  • จังหวัดแพร่
  • จังหวัดแม่ฮ่องสอน
  • จังหวัดลำปาง
  • จังหวัดลำพูน
  • จังหวัดอุตรดิตถ์

กล่าวโดยภาคเหนือตอนล่างจะมีทั้งหมดแปดจังหวัดด้วยกันและนั่นก็ได้แก่

  • จังหวัดตาก
  • จังหวัดพิษณุโลก
  • จังหวัดสุโขทัย
  • จังหวัดเพชรบูรณ์
  • จังหวัดพิจิตร
  • จังหวัดกำแพงเพชร
  • จังหวัดนครสวรรค์
  • จังหวัดอุทัยธานี

โดยส่วนใหญ่แล้ววัฒนธรรมของทางภาคเหนือนั้นมักจะมีการแบ่งออกได้หลากหลายวิธีและหลากหลายประเภทนั้นก็ได้แก่วัฒนธรรมทางภาษาถิ่นซึ่งเราจะเห็นได้ว่าภาษาของเค้านั้นเป็นภาษาล้านนาที่มีความนุ่มนวลไพเราะไม่ว่าจะพูดหรือท่าทางต่างล้วนแต่เป็นสำเนียงและเป็นการพูดที่แตกต่างกันออกไปแต่คงซึ่ง ไว้การนุ่มนวลโดยรวมแล้วถือได้ว่าเป็นการปฏิบัติที่ดีที่สุดอีกด้วย           

 

สนับสนุนเรื่องราว  เว็บพนันบอลฝากขั้นต่ำ 100

MODERN ART

 

       ศิลปะที่เรารู้จัก และพบเห็นกันเป็นประจำนั้นมีความหมายทั้งวงกว้างที่มุมมองของแต่ละบุคคล

การจำเพาะเจาะจงจากการบรรจุความหมายจากพจนานุกรม ซึ่งตัวเราจะตีความหมายของคำว่าศิลปะอย่างไรนั้น ก็ย่อมขึ้นอยู่กับทัศนะของแต่ละคนอีกที แต่ทั้งนี้ในแต่ละยุคแต่ละสมัยการให้ความหมายของศิลปะก็มีความแตกต่างกันออกไป แต่โดยรวมแล้วศิลปะก็คือการแสดงออกทางอารมณ์ความรู้สึกที่เกิดจากความคิดและประสบการณ์จากตัวผู้ที่สร้างสรรค์ผลงานด้วย ในวันนี้เราจะมาพูดถึง “ศิลปะสมัยใหม่” หรือ “MODERN ART” 

        “ศิลปะสมัยใหม่” หรือ “MODERN ART” ถึงเราจะเรียกกันว่าศิลปะสมัยใหม่

ซึ่งหลายคนอาจจะคิดว่า เป็นศิลปะที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ แต่ในความเป็นจริงแล้วศิลปะสมัยใหม่ได้ถือกำเนิดขึ้นตั้งแต่ปี 1860 – 1970 ซึ่งในช่วงนั้นถือได้ว่าที่เป็นช่วงยุคสมัยที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์เลยก็ว่าได้

โดยเกิดขึ้นจากอุดมการณ์ของศิลปิน และอุดมคติที่เกิดในการสร้างสรรค์ผลงานของยุคสมัยนั้นซึ่งจุดเริ่มต้นของ “MODERN ART”

ได้มีการเริ่มขึ้นในยุคที่การปฏิวัติของทางฝั่งยุโรปจากการเกิดการเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่ของการเมือง บวกกับศิลปะในสมัยนั้นเกิดความอ่อนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นั่นยิ่งเป็นสาเหตุให้มีการโหมให้เกิดเป็นกระแสศิลปะสมัยใหม่ขึ้นมา

จนในที่สุดกระแสนี้ก็ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วเกิดเป็นแนวทางด้านศิลปะที่มีความแปลกใหม่หลากหลายประเภทมากขึ้น โดยที่กระแสศิลปะสมัยใหม่นี้เองมีลักษณะที่สำคัญก็คือการแสดงออกทางทัศนคติที่ดี ทั้งต่อศิลปะในอดีตและในอนาคต กล่าวก็คือตัวของศิลปินนั้นได้มีความคิดเห็นอย่างเป็นอิสระมากขึ้น

แต่ไม่สุดโต่งโดยที่ยังมีความเคารพต่อศิลปะในยุคอดีตอยู่ ซึ่งในขณะเดียวกันนั้นเองก็ยังพร้อมที่จะเปิดรับเอาคุณค่าของศิลปะที่มีการสร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่ได้อย่างเท่าเทียม สิ่งที่มีส่วนสำคัญเป็นอย่างมากก็คือการเปลี่ยนแปลงทางด้านความอิสระของผู้สร้างสรรค์ผลงานอย่างศิลปิน เพราะในอดีตนั้นผู้ที่ว่าจ้างให้ทำงานศิลปะส่วนใหญ่มักจะเป็นเหล่าขุนนาง ศาสนจักร และรัฐ

เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงของการปกครองจนทำให้เริ่มเข้าสู่ระบบแบบทุนนิยมนั้นจึงเป็นการกระตุ้นให้ศิลปินเกิดความคิดจะทำ หรือสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นสิ่งแปลกใหม่มากขึ้น

การสร้างสรรค์ผลงานจากศิลปินได้เริ่มมีการสะท้อนให้เห็นสภาพความเป็นอยู่ของคนในสังคม แสดงออกถึงมุมมองที่มีความแตกต่าง และเมื่อเริ่มเข้าสู่ศตวรรษที่ 19 ก็ได้มีการแพร่แนวคิดอย่าง “ศิลปะเพื่อศิลปะ” ออกไปอย่างกว้างขวางมากขึ้น จนในที่สุดเมื่อเข้าสู่ศตวรรษที่ 20 ศิลปะนั้นก็ได้แสดงถึงความเป็นปัจเจกสูงขึ้นนั่นเอง 

          อย่างไรก็ตามหลังจากที่ศิลปะสมัยใหม่ หรือ “MODERN ART” นั้นได้เป็นตัวจุดประกายให้เกิดความเป็นอิสระทางการแสดงออกในการสร้างสรรค์ผลงานของตัวศิลปิน จากนั้นจึงทำให้เป็นต้นกำเนิดของศิลปะสืบต่อมาในอีกหลายยุคสมัย ซึ่งนั่นก็เพื่อตอบสนองให้กับความต้องการของคนทั่วไป รวมไปถึงการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะในด้านอื่นๆอีกมากมาย

ทั้งในด้านงานเขียนอย่างบทกวี การดนตรี และที่สำคัญคือการออกแบบที่มีความหลากหลายโดยได้มีการสืบทอดต่อมาจนถึงปัจจุบันได้โดยที่ยังไม่มีการละทิ้งศิลปะในแบบดั้งเดิม

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย บาคาร่าขั้นต่ำ 10 บาท

ท่านมุ้ย หนึ่งในผู้กำกับไทยที่รู้จักกันดี

ผู้กำกับอีกหนึ่งท่านที่ถือเป็นประวัติศาสตร์วงการหนังไทย

ผู้ที่เป็นเหมือนผู้ริเริ่มเลยก็ว่าได้เพราะว่า หม่อมเจ้า ชาตรี เฉลิม ยุคล ท่านนี้ได้อยู่กับวงการภาพยนตร์มาอย่างยาวนานตั้งแต่ยุคแรกๆของจอแก้วเลย เพราะว่าทั้งพระบิดาและมารดานั้นได้เป็นผู้สร้างบริษัทภาพยนต์ไว้นานมาแล้ว นั้นทำให้ท่านมุ้ยได้อยู่กับวงการนี้มาตั้งแต่ยังเยา แล้วก็ได้มีโอกาสในการสืบสารต่อธุรกิจภาพยนต์ต่อจากครอบครัวของท่านอีกด้วย

ซึ่งท่านมุ้ยนั้นได้สร้างหนังที่เป็นประวัติศาสตร์ให้คนไทยมีชื่อเสียงทั่วโลกจากหนังอิงประวัติศาสตร์ของประเทศสยามเรานั้นเอง

แรกเริ่มนั้นท่านได้กำกับหนังเรื่องแรกของท่านกับเรื่อง มันมากับความมือ ซึ่งเป็นหนังที่เก่าแก่มาก ตัวผู้เขียนเองยังไม่เคยดูเลย แล้วนั้นทำให้ท่านถูกรู้จักเป็นวงกว้างจากการที่ได้รางวัลผู้กำกับดีเด่นจากเรื่องเขาชื่อกาน ตอนนั้นเองที่ทำให้วงการจอแก้วไทยได้ดูหนังอย่างจริงๆจัง แล้วก็สร้างพระเอกสุดหล่าขวัญใจแม่บ้านทั้งหลายอย่าง สรพงค์ ชาตรี

ซึ่งก็กลายเป็นหนึ่งในพระเอกตลอดการของวงการหนังไทย หนังเหล่านี้อาจจะเก่าเกินไปที่คนยุคใหม่จะรู้จักหรือไปหามาดู แต่เรื่องที่อยู่ในยุคสมัยนี้แล้วก็ทำให้เป็นหนังแห่งสยามประเทศนั้นคือเรื่อง สริโยไท เป็นอะไรที่ตืนตาตื่นใจมากๆ

เมื่อหนึ่งในประวัติศาสตร์ที่โรงเรียนได้นำมาเป็นบทเรียน กลายเป็นหนังที่ได้เห็นภาพประวัติศาสตร์อย่างชัดเจน หนังเรื่องนี้เปิดตัวได้แบบว่าทั้งประเทศไทยต้องไปดูกันเลยทีเดียว โรงเรียนถึงกับพานักเรียนไปทัศนศึกษาดูหนังเรื่องนี้

ต่อมาก็เป็นสุดยอดหนังชุดของประวัติศาสตร์ไทยที่ไม่ควรลืมเลือน เรื่องของมหาวีรบุรุษแห่งสยามประเทศ พระนเรศวรมหาราชที่ทำออกมาได้น่าติดตามตลอดทุกภาพ กลายเป็นหนังที่ชาวไทยควรไปหาดูอย่างยิ่งยวด ทุกภาคนั้นก็ได้นักแสดงชั้นนำของประเทศเราเล่นด้วยอย่างมากมาย ถึงแม้ว่าภาคสุดท้ายจะทำได้ดีไม่เท่าภาคแรกๆเนื่องจากภาพสเปเชียลเอฟเฟคของประเทศเรายังไม่ดีเท่าที่ควร แค่เรื่องนี้ก็เป็นหนังชุดที่ควรค่ากับการต้องดูสักครั้งในชีวิต

 

สนับสนุนโดย แทงมวยสด

วัฒนธรรมเกาหลีที่แทรกซึมในประเทศไทย

ประเทศไทยมีหลากหลายวัฒนธรรมที่ต่างชาติทำเข้าเผยแพร่ ทั้งจากข้ามทวีปอย่างฝั่งอเมริกา หรือ แม้แต่ในทวีปเดียวกันอย่าง จีน ญี่ปุ่น เกาหลี และวัฒนธรรมที่มีอิทธิพลมากที่สุดในหมู่วัยรุ่นไทยปัจจุบันนี้คือ วัฒนธรรมจาประเทศเหลี ซึ่งการเผยแพร่นี้ไม่ได้ถูกนำเข้ามาแบบเรียนรู้โดยตรง แต่มีตัวแทนในการเผยแพร่

เริ่มจากซีรี่ย์เกาหลี ที่สะท้อนให้เห็นอะไรหลายๆอย่าง เช่น สถานที่ท่องเที่ยว อาหาร ถัดมาคือกลุ่มศิลปินบอยแบรนด์ เกิร์ลกรุ๊ป ที่ค่ายเพลงเกาหลีรังสรรค์เพลงที่ติดหูและเข้าถึงคนทุกคนในช่วงนั้น ทำให้วัฒนธรรมการติดตามทั้งซีรี่ย์หรือศิลปินเกาหลี ยังไม่เสื่อมหายและยังมีจนมาถึงทุกวันนี้ แล้วมีอะไรบ้างที่วัฒนธรรมประเทศเกาหลีได้บุกประเทศไทยเป็นสิ่งยอดฮิต

1.อาหารเกาหลี

อาหารเกาหลีที่ดังและเรามักจะได้เห็นอยู่บ่อยๆคือ กิมจิ ที่เปรียบเสมือนเป็นอาหารประจำชาติของเกาหลีเลยก็ว่าได้ ถ้าหากได้ยินใครเอ่ยชื่ออาหารเมนูขึ้นมาก็คงรู้ได้เลยว่าเป็นอาหารขึ้นชื่อจากประเทศอะไร ในประเทศไทยร้านอาหารเกาหลีเพิ่มมากขึ้นในหลายๆที่ และ กิจจิ ก็เป็นเมนูที่ขาดไม่ได้หมดโต๊ะอาหารอย่างแน่นอน หลังจากนั้นก็เริ่มมี เนื้อย่างเกาหลีที่เข้ามาตีตลาดในบ้านเรา จนปัจจุบันมีเมนูสุดฮิตก็ บิงซู เมนูของหวานที่ใครๆก็ชอบทั้งเด็กและผู้ใหญ่

2.การท่องเที่ยว

ประเทศเกาหลีนั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่หลากหลาย และมีแหล่งช็อปปิ้งเยอะไม่ต่างกัน หากใครที่ชอบการดูซีรี่ย์เกาหลีก็ต้องเคยเห็นสถานที่ท่องเที่ยวบางแห่งในซีรี่ย์แล้ว นั้นจึงทำให้คนดูอย่างเราเกิดความรู้สึกมันสวยงาม และน่าไปเที่ยว หรือกระทั่งกลุ่มคนที่ชื่นชอบศิลปินเกาหลี ก็อาจจะไปตามรอยสถานที่ที่ศิลปินที่ชื่นชอบไป วัฒนธรรมนี่ทำให้เศรษฐกิจการท่องเที่ยวของประเทศเกาหลีนั้นเติบโตขึ้นอย่างมาก

3.การแต่งหน้า

หากว่าใครได้ดูดารา ไอดอล หรือศิลปินเกาหลี ไม่ว่าผ่านช่องทางไหนๆ ก็คงจะมองว่าเขาสวยหล่อกัน และก็หนีไม่พ้นเรื่องเมคอัพ การแต่งหน้า หลายคนเกิดความสงสัยว่าทำไมคนประเทศเกาหลีถึงแต่งหน้ากันออกมาสวยดูดี มีเอกลักษณ์ และดูเป็นธรรมชาติ ซึ่งนี่เป็นวัฒนธรรมที่ฮิตกันมากในกลุ่มคนที่ชอบการแต่งหน้า และนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับสภาพอาการของประเทศไทย

4.ภาษาเกาหลี

ภาษาเกาหลีถูกแทรกซึมเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากจะต้องการเรียนไว้เป็นภาษาที่3 ในการทำงานแล้ว นั้นเป็นเพราะกลุ่มคนที่ชื่อชอบดาราหรือศิลปินเกาหลี ต้องการที่นำไปไว้ใช้ในการติดต่อสื่อสารกับคนที่ชื่นชอบ แม้กระทั้งการดูซีรี่ย์ การฟังศิลปินพูด เพื่อจะได้เข้าใจ ไปต้องรอคนแปลหรือทำซับนั้นเอง

5.การศัลยกรรม

การศัลยกรรม เป็นนวัตกรรมของเกาหลีที่ขึ้นชื่อมากที่สุด ในทุกๆประเทศจะมีโรงพยาบาลหรือคลินิกทำศัลยกรรมอย่างแน่นอน ประเทศไทยเองก็เช่นเดียวกัน แต่เพราะคนไทยหลายคนเองก็ยังไม่มั่นใจในศัลยกรรมทางการแพทย์ของประเทศเราเอง เห็นการรีวิว การบอกต่อ จากคนที่ได้เดินไปทำศัลยกรรมที่ประเทศเกาหลี จึงตัดสินใจที่จะไปทำบ้าง ทำให้ปัจจุบันคนไทยเดินทางไปทำศัลยกรรมเกาหลีเป็นจำนวนมาก

วัฒนธรรมเหล่านี้หากเข้าใจ จะมองว่ามันไม่ได้มีข้อเสียแต่อย่างใด ถ้าเรารู้จักการแบ่งเวลา อย่างเช่น การชื่นชอบศิลปินเกาหลี แล้วต้องการเรียนภาษาเกาหลี นอกจาจะเอาติดต่อสื่อสารกับศิลปินแล้ว ยังนำไปต่อยอดเป็นอาชีพที่ปัจจุบันนี้ต้องการบุคลากรที่มีความเข้าใจในภาษาที่3มากขึ้น และไม่ใช่สิ่งที่เราจะชื่นชอบวัฒนธรรมเกาหลี หากเรารู้คุณค่าและประโยชน์ของมัน เพื่อจะนำมาพัฒนาตัวเองหรือประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาประเทศของเราเอง

 

ขอขอบคุณผู้สนับสนุนเกี่ยวกับบทความโดย แทงบอลไม่มีขั้นต่ำ

อุโบสถบนกรีดบัวหนึ่งเดียวในประเทศไทย

ภายในวัดมีวิหารเก่าแก่เป็นอาคารปูนรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า

        มีมุขยื่นออกมาที่รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าและหน้าบันประดับด้วยภาชนะเครื่องช่วยต่างๆในวิหารมีพระพุทธรูปปางมารวิชัยเป็นพระประธานที่มีพุทธะลักษณะงดงามประดิษฐานอยู่บนฐานชุกชีรูปฐานสิงห์มีฐานบัวขนาดใหญ่รองรับเพดานของวิหารประดับไปด้วย

        รายเขียนรูปดาวมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเขียนด้วยสีฝุ่นฝีมือช่างพื้นบ้านที่สันนิษฐานว่าเขียนขึ้นในสมัยรัชกาลที่สี่และมีเรื่องราวพุทธประวัติของพระพุทธเจ้าตลอดจนแสดงภาพชีวิตความเป็นอยู่วัฒนธรรมของสังคมโบราณในระดับต่างๆได้เป็นอย่างดี

นอกจากนั้นภายในวัดม่วงยังมีพระอุโบสถล้อมรอบด้วยกีบบัวขนาดใหญ่ที่สุด

และเป็นแห่งเดียวในประเทศไทยส่วนภายในอาณาบริเวณวัดมีอุทยานที่มีแดนเทพเจ้าไทย แดนสวรรค์แดนนรกและแดนเทพเจ้าจีนซึ่งมีรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมที่มีขนาดใหญ่มีรูปปั้นแสดงเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์เกี่ยวกับสงครามไทยกับพม่าอยู่ด้วย

สำหรับพระพุทธรูปสุโขทัยใหญ่ที่สุดในโลกองนี้มีขนาดหน้าตักกว้าง 58 เมตรสูง 87 เมตรโดยพระครูวิบูลย์อาจารย์คุณหรือหลวงพ่อเกษม อาจารสุโภเกจิเจ้าอาวาสวัดม่วงเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างขณะยังมีชีวิตอยู่ต่อมาท่านได้มรณภาพลงคณะกรรมการวัดจึงได้สานต่อโครงการนี้

โดยมีบริษัท ช.ปฏิมากรรม เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างรวมระยะเวลาการสร้างทั้งหมดสามปีใช้งบประมาณไปทั้งสิ้นจำนวน 44 ล้านบาท 

     “ที่ผ่านมาการก่อสร้างองค์พระพุทธรูปนั้นทางวัดได้เงินบริจาคของญาติโยมที่ได้เดินทางมาร่วมทำบุญกันที่วัดเพราะการก่อสร้างยังต้องใช้งบประมาณเป็นจำนวนมากซึ่งบรรดาญาติโยมทั้งหลายต่างก็ร่วมมือร่วมใจกันโดยมีจิตศรัทธาในการก่อสร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่องค์นี้จนกระทั่งสำเร็จลุล่วงไปได้อย่างดียิ่ง “ ข้อความนี้เป็นข้อความของกรรมการทางวัดท่านหนึ่งที่ได้เคยกล่าวเอาไว้พร้อมกับเสริมว่าตลอดเวลา

ที่ผ่านมาวัดม่วงเจริญธรรมจะมีประชาชนแวะเวียนเดินทางมาทำบุญกันเป็นจำนวนมากวัดนี้นอกจากจะมีพระพุทธรูปสุโขทัยองค์ใหญ่ที่สุดในโลกแล้วที่มีนามว่า พระพุทธมหานวมินทร์ศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ โครงการสร้างพระพุทธมหานวมินทร์ศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ

“อยากลดน้ำหนัก แต่ขาดข้าวไม่ได้”

เลิกข้าวขาวแล้วจะผอม หนึ่งในวิธีการรับประทานแบบคนผอมที่ง่ายที่สุดซึ่งจะช่วยให้เราผอมลงได้แบบไม่ต้องพยายามคือการเปลี่ยนจากข้าวขาวมาเป็นข้าวกล้องความแตกต่างที่สำคัญของเค้าขาวกลับข้าวกล้องคือข้าวกล้องนั้นยังมีเยี่ยหุ้มเมล็ดและจมูกข้าวอยู่จึงมีสารอาหารและเส้นใยอาหารมากกว่าเมื่อรับประทานเข้าไป

แป้งที่ย่อยแล้วจะถูกดูดซึมเปลี่ยนน้ำตาลในกระแสเลือดช้ากว่าส่งผลให้อิ่มท้องนานกว่ากระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนอินซูลินน้อยกว่าส่งผลให้เราควบคุมน้ำหนักได้ง่ายขึ้น

นอกจากเข้าเขาแล้วยังรวมถึงอาหารในกลุ่มคาร์โบไฮเดรตอื่นๆคือขนมปัง เส้นหมี่ พาสต้า ซึ่งใช้กดเดียวกันคือเลือกรับประทานแบบที่มีเส้นใหญ่อาหารมากกว่าโดยสังเกตจากกลุ่มที่มีคำขึ้นต้นว่าโฮลวีต 

นอกจากการสังเกตุชื่อแล้วเรายังสังเกตได้จากสีโดยกลุ่มแป้งที่ไม่ผ่านการขัดสีมักมีสีออกน้ำตาลส่วนแป้งที่ขัดสีจนเส้นใหญ่อาหารเหลือน้อยมากมีสีขาวสะอาดแต่กดนี้ก็ไม่ถูกต้องเสมอไปเพราะข้าวบางสายพันธุ์เช่น ข้าวมันปู ซึ่งมีสีแดงจากตัวเมล็ดแต่ถูกขัดสีเยี่ยหุ้มเข้าออกหมดแล้วจึงไม่จัดเป็นข้าวกล้องแม้จะไม่ได้มีสีขาวนอกจากหันมารับประทานข้าวกล้องแล้วอีกสองเทคนิคซึ่งจะช่วยให้เราผอมได้โดยไม่ต้องอดข้าวคือรับประทานผักให้มากขึ้นและเคี้ยวให้ช้าลง

ค่อยๆเพิ่มปริมาณการรับประทานผักโดยเฉพาะผักสดหากเป็นไปได้อาจจะเอาเป็นสลัดผักถ้วยเล็กหรือผักสดกับน้ำพริกพร้อมน้ำเปล่าแก้วโตก่อนรับประทานข้าวจะช่วยให้เราอิ่มได้เร็วขึ้นลดปริมาณการรับประทานข้าวหลงได้ ส่วนการเคี่ยวให้ช้าลงจะช่วยให้เราผอมลงได้อย่างไรนั้นจะมาอธิบายได้ว่าความรู้สึกอิ่มของคนเราจะถูกกระตุ้นจากหลายปัจจัยแต่ปัจจัยที่สำคัญอย่างหนึ่งคือเมื่อตัวรับสัญญาณในกระเพาะอาหารถูกกระตุ้นจากการที่กระเพาะขยายตัวจนถึงจุดที่ควรจะอิ่มจะเกิดการส่งสัญญาณผ่านไปยังสมองเพื่อให้สมองรับรู้ว่ามีอาหารตกถึงท้องแล้วอิ่มได้แล้ว

ซึ่งการส่งสัญญาณพูดคุยกันระหว่างกระเพาะอาหารกับสมองนี้ต้องใช้เวลาในการติดต่อกันราว 10 ถึง 20 นาทีการรับประทานเร็วเกินไปจะส่งผลให้รับประทานเลยกว่า. ควรอิ่มกว่าสมองจะส่งสัญญาณให้ปากหยุดก็กลายเป็น. เกินอิ่มไปแล้วจึงอยากแนะนำให้ทุกคนหัดเคี้ยวข้าวช้าๆและฝึกถามตัวเองว่าอิ่มหรือยัง 

      เราสามารถรับประทานข้าวได้แต่พยายามรับประทานเป็นข้าวกล้องค่อยๆลดปริมาณข้าวลงเพิ่มปริมาณผักให้มากขึ้นและเขียวช้าๆจะช่วยให้เรากลายร่างเป็นคนผอมได้โดยที่ไม่ต้องอดข้าว

เฟซบุ๊กผุดไอเดีย เพื่อรับมือกับแอคเคาท์ปลอม

โดยจะให้เจ้าของแสกนใบหน้าเพื่อยืนยันตัวตน ปัจจุบันมีผู้ใช้เฟซบุ๊กมากกว่า 2.5 พันล้านแอคเคาท์ และเป็นที่แน่นอนว่าหนึ่งในนั้นมีจำนวนผู้ใช้บัญชีปลอมเข้ามาแอบแฝงอยู่เป็นจำนวนมาก

เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2562 ทางสื่อใหญ่ของเฟซบุ๊กได้ออกมารายงานว่า ช่วงเดือนตุลาคม 2561 จนถึง เดือนมีนาคม 2562 ทางทีมงานของเฟซบุ๊กได้ลบแอคเคาท์ปลอมไปแล้วกว่า 30,000 ล้านกว่าแอคเคาท์

ซึ่งเป็นจำนวนที่มากกว่าแต่ก่อนเป็นอย่างมาก  แต่ถึงแม้จะลบไปแล้ว พวกบัญชีแอคเคาท์ปลอมก็ยังมีอยู่แล้เกิดขึ้นใหม่ตลอดแทบทุกวัน 

 ผลกระทบจากแอคเคาท์เฟซบุ๊กปลอมนั้น ส่งผลมากมายหลายทาง

บางครั้งก็เป็นการเปิดช่องทางให้พวกมิจฉาชีพอีกด้วย คือ พวกมิจฉาชีพบางคนก็แอบแฝงโดยการไปเซฟรูปต่างๆของผู้ใช้ตัวจริงมา แล้วนำมาสร้างแอคเคาท์ปลอมมาหลอกคนอื่นว่า นำรูปไม่ใช้ในทางทีเสียๆหายๆ

ทำให้คนอื่นหลงเชื่อ โดยเราจะเห็นได้จากทางข่าว ตามสื่ออยู่ตลอด ว่าพวกมิจฉาชีพเอารูปมาหลอกว่าเป็นคนอื่น หลอกเอาเงินจากผู้เสียหายได้หลายคน และซึ่งจำนวนเงินก็ไม่ใช่น้อย มีทั้งจับได้ถูกดำเนินคดีตามกฎหมายก็ดี

แต่ยังจับไม่ได้ก็มีอีกมาย ถ้าเกิดเจอสถานการณ์ที่มีคนนำรูปเราไปแอบอ้างหรือไปเปิดแอคเคาท์ปลอม

โดยทางผู้ใช้บัญชีทั่วไปสามารถแก้ปัญหาเบื้องต้นกันเองได้คือ ช่วยกันแชร์ ให้คนในเฟซของเราที่รู้จัก ช่วยกันสแปมบัญชีแอคเคาท์ปลอมนั้นได้ เมื่อมีปัญหาต่างๆเกิดขึ้นไม่หยุดจากแอคเคาท์ปลอม เลยมีไอเดียดีๆที่หลุดมาจากโปรแกรมเมอร์ที่ใช้บัญชีทวิตเตอร์ว่า Jane Manchun Wong และเธอยังเป็นนักพัฒนาแอพพลิเคชั่นด้วย 

เธอ ได้โพสต์ภาพที่เป็น GIF ลงบนแอเคาท์ทวิตเตอร์ของเธอ โดยใน GIF นั้น เป็นภาพเกี่ยวกับการใช้ใบหน้าในการยืนยันตัวตน

พร้อมโพสต์แคปชั่นว่า Facebook กำลังจะทำการพัฒนาโดยจดจำใบหน้าเจ้าของแอคเคาท์หรือผู้เปิดบัญชีในหลายๆ มุม เพื่อใช้ในการยืนยันตัวตน โดยไม่ได้เป็นเหมือนการถ่ายเซลฟี่แต่เป็นการถ่ายวิดีโอ ซึ่งถ่ายยืนยันตัวตนเสร็จ ทางเฟซบุ๊กจะเก็บรายงานเอาไว้ 30 วันแล้วลบทิ้ง